10/18/2026
จากการทำงานกับ “พ่อแม่ลูก” มาเกินยี่สิบปี หมอสังเกตเห็นอย่างหนึ่งว่า เด็กสักคนจะโตไปมีคุณภาพประมาณไหน ขึ้นกับสิ่งที่เขาเรียนรู้จากคนในครอบครัว “เป็นสำคัญ”
โดย “สื่อกลาง” ที่มีอิทธิพลต่อตัวตนของคนคนหนึ่งอย่างที่สุดคือ “คำพูด”
การใช้คำพูด น้ำเสียง เนื้อหา ทัศนคติที่แฝงอยู่ มุขตลก การคุยลงลึกแบบเจาะ การวิเคราะห์วิจารณ์ ภูมิปัญญา การรวบความคิดเป็นบทสรุป การตีความสิ่งต่าง ๆ กาลเทศะ ความควรมิควรว่าจะพูดตอนไหน จะหยุดตอนไหน ฯลฯ
ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ เด็กคนหนึ่งเลียนแบบมาจากคนรอบตัวในครอบครัวทั้งสิ้น ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้นี่เองที่มีไว้กำหนดชะตาชีวิตผู้คน
จึงอยากให้เป็นคำแนะนำแก่พ่อแม่ที่อยากเลี้ยงลูกให้โตไปได้คุณภาพมาก ๆ ดังนี้
1. เวลาอยู่ต่อหน้าลูก จะพูดจะจาอะไรให้คิดเยอะ ๆ ทุกครั้ง
คำแนะนำที่ว่าพ่อแม่ไม่ควรทะเลาะกันต่อหน้าลูก อันนี้คนทั่วไปน่าจะเข้าใจและค่อนไปทางเห็นด้วย ส่วนว่าจะทำได้หรือไม่ นั่นคงเป็นอีกเรื่อง
อย่างไรก็ตาม นอกไปจากการไม่ทะเลาะแล้ว ยังมีบทสนทนาอีกจำนวนมากที่พ่อแม่ต้องระมัดระวัง เช่น
- การนินทา การพูดถึงคนอื่นในทางเสียหาย สิ่งนี้ทำให้ลูกเลียนแบบไปโดยไม่รู้ตัว
- คำพูดที่แสดงถึงความอิจฉาตาร้อน อยากเป็นอยากได้เหมือนคนนั้นคนนี้ พอเด็กได้ยินบ่อย ๆ เขาจะเข้าใจผิดว่าที่ตัวเองเป็นอยู่ไม่มีอะไรดีพอสักอย่าง
- คำกล่าวถึงคนที่ลูกก็รู้จัก เช่น พ่อแม่เพื่อนที่โรงเรียน ครูบาอาจารย์ เพื่อน ๆ ลูก เพื่อนพ่อเพื่อนแม่ ญาติ ๆ เพื่อนบ้าน ฯลฯ
การกล่าวถึงคนเหล่านี้ในทางไม่ดี มีส่วนชักจูงให้ลูกรู้สึกตามพ่อแม่ และพูดถึงคนนั้นแบบที่พ่อแม่พูด
- สถานการณ์การเงินของบ้าน ยิ่งอยู่ในเกณฑ์แย่ ยิ่งทำให้เด็กโตวิตกกังวล
- ความปรารถนาลึก ๆ ในทางไม่ดี เช่น โกรธใครสักคนมากแล้วพูดขึ้นมาว่าอยากฆ่ามันให้ตาย พอลูกได้ฟัง ลูกอาจเข้าใจไปว่าสิ่งนี้ทำได้
- คำพูดที่บ่งบอกถึงความเป็นวัตถุนิยมมาก ๆ เช่น พูดถึง iPhone รุ่นใหม่ รถ EV รุ่นแพง บ้านหรูหลายสิบล้าน ฯลฯ
การพูดถึงเรื่อย ๆ แม้ไม่มีคำว่าพ่อแม่อยากซื้อ แต่ลูกก็ถูกทำให้เข้าใจไปเรียบร้อยแล้วว่าข้าวของเหล่านี้ดีกับชีวิต
- เนื้อหาคำพูดที่ไม่เป็นประโยชน์ ผิวเผินเกินไป ลงลึกถึงระดับความรู้สึก ความคาดหวัง ความปรารถนาไม่ได้
พ่อแม่หลายบ้านคุยกันได้แค่เรื่องตื้น ๆ เรื่องทั่ว ๆ ไป พอกำลังจะแตะเรื่องที่อาจไปกวนความรู้สึกให้ขุ่น พ่อแม่หลายคนเลือกไม่คุยต่อ เพราะกลัวรับมือกับความรู้สึกท่วมท้นไม่ไหว
หรือแม้กระทั่งพ่อแม่ไม่มีความรู้เลยว่า หนึ่งในสิ่งที่ควรทำให้ได้ในชีวิตนี้ คือ การเข้าใจตัวเองในระดับลึกซึ้ง
มีเพียงคนที่รู้จักตัวเองอย่างดีเยี่ยมเท่านั้น ที่จะไปได้ไกลกว่าคนอื่น ๆ
ทุกคำ ทุกประโยค ที่คนในบ้านหยิบขึ้นมาคุยกัน อยู่ในการรับรู้ของเด็กตั้งแต่แรกเกิด เด็กทุกคนบนโลกเรียนรู้ภาษาจากสิ่งนี้ และเก็บเป็นคลังข้อมูลจากทั้งหมดนี้ไว้ในสมอง
2. พูดดีกับลูกเสมอ แล้วลูกจะติดการ “พูดดี” ไปพูดกับคนนอกบ้าน
หมอเจอพ่อแม่เยอะมากชอบใช้น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากกับลูก แม้ไม่ได้กำลังดุ แต่โทนที่พ่อแม่ใช้ก็มักเป็นแบบไม่นุ่มนวล ไม่อ่อนโยน
แล้วก็แปลก กับพ่อแม่คู่เดียวกันนี้เอง พอได้คุยกับลูกหัวหน้า ลูกของลูกค้า ลูกของคนที่พ่อแม่เคารพนับถือ น้ำเสียงพ่อแม่กลับเปลี่ยนแปลงไปจนน่าประหลาดใจ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่จำนวนมหาศาล “เกรงใจ” ลูกตัวเองน้อย แต่ไปเกรงใจเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มากกว่า ซึ่งไม่ดีเลย
อยากบอกว่ายิ่งพ่อแม่พูดดีกับลูก พูดเพราะกับลูกเท่าไหร่ ลูกยิ่งเลียนแบบการพูดดังกล่าวไปใช้กับคนอื่นมากเท่านั้น พ่อแม่พูดมีหางเสียงกับลูก ลูกจะมีหางเสียงกับคนอื่น พ่อแม่ใช้คำสุภาพกับลูก ลูกก็จะเอาคำเหล่านั้นไปพูดกับคนอื่นต่อ
เด็กพูดจาสุภาพ ใครจะไม่เมตตา ไม่เอ็นดู จริงไหม
3. ฝึกตัวเองให้พูดจาดีกับคนทุกคน
เวลาไปซื้อของ หมอเห็นคนไม่น้อยชอบพูดกับพ่อค้าแม่ค้าห้วน ๆ น้ำเสียงกระชาก ๆ ทำยังกับพ่อค้าแม่ค้าทำอะไรให้ไม่พอใจตลอดเวลา ทั้งที่พวกเขายังไม่ทันทำอะไรเลย
เป็นไปได้ว่าคนไทยจำนวนมากติดการเจ้ายศเจ้าอย่าง พอรู้ว่าคนนี้สูงศักดิ์กว่าเรา ก็พูดกับเขาซะหวานจ๋อย แต่เวลาสนทนากับคนที่ดูสูงไม่เท่า เลยใช้น้ำเสียงไปในทางดูถูก
เหมือนเดิมคือ ทุกการกระทำของพ่อแม่อยู่ในสายตา ในการรับรู้ของลูกเสมอ พ่อแม่ที่พูดจาดีกับมนุษย์ทุกคนบนโลก ลูกของเขาจะเป็นเหมือนพ่อแม่ในวันใดวันหนึ่งแน่นอน
4. อยากให้ลูกสติปัญญาดี พ่อแม่ต้องสนทนากับลูกด้วยประโยคที่เต็มไปด้วยคุณภาพเป็นประจำ
จึงพูดได้อีกอย่างด้วยว่า การคุยกับลูกน้อยไป เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้สติปัญญาของลูกขาดการพัฒนา
จากการคุยกับเด็กจำนวนมากต่อเนื่องยาวนาน หมอขอยืนยันว่าเด็กที่พูดจารู้เรื่อง ดูเฉลียวฉลาด เข้าใจสิ่งต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว มีคำศัพท์ต่าง ๆ ที่บ่งชี้ว่าเด็กคนนี้มีความรู้รอบ รู้เยอะ
ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนมาจากคนในครอบครัวทั้งสิ้น แม้แต่เด็กในชนบทที่คนในบ้านไม่ถึงกับเรียนหนังสือสูงนัก แต่ถ้าเด็กได้พ่อแม่ ได้ปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอา แม้เพียงคนใดคนหนึ่งที่มีทักษะการพูดที่ดี พูดคุยกับเด็กเป็นประจำ ด้วยคำพูดคำจาที่มีคุณภาพ เท่านี้ก็ส่งเสริมให้ชีวิตเด็กคนนั้นไปได้ดีตามสมควรแล้ว
จึงอยากให้พ่อแม่ทุกบ้านผู้ซึ่งหวังดีกับลูกอย่างจริงใจ ได้ตระหนักถึงคำพูด วิธีพูด รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่แอบซ่อนอยู่ในบทสนทนา ว่า ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญที่กำหนดชะตาชีวิตเด็กคนหนึ่งได้จริง
จงอย่าประมาท อย่าให้ความสำคัญกับสิ่งนี้น้อยไป เพราะเพียงท่านทำถูกต้องทีละนิดมาเรื่อย ๆ เท่านี้ลูกของท่านก็ได้มรดกติดตัวที่ไม่มีวันกินใช้หมดแล้ว
พญ.สาริณี