CHARRAS Bhawan Hotel and Residence

CHARRAS Bhawan Hotel and Residence The beachfront resort, where the joyous times are captivated with the pure nature of KhaoTao, HuaHin.

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบ้านริมทะเลจรัสภาวัน โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ มีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ...
08/10/2026

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบ้านริมทะเล

จรัสภาวัน โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ มีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน MICHELIN Guide 2026

ริมชายหาดเขาเต่า ความสง่างามเหนือกาลเวลาของบ้านผสานกับเรื่องราวของครอบครัว ความเป็นส่วนตัว และการต้อนรับอย่างใส่ใจ ให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนมีทั้งความประณีตและความอบอุ่นเสมือนกลับมาเยือนบ้านที่คุ้นเคย

การได้รับคัดเลือกครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เราดูแลเสน่ห์ของบ้านหลังนี้ และสร้างความทรงจำอันงดงามให้กับแขกทุกท่านต่อไป

ขอบคุณแขกผู้เข้าพักสำหรับความไว้วางใจ และทีมงานทุกคนที่ร่วมดูแลจรัสภาวันด้วยหัวใจ
—
A cherished home. A meaningful recognition.

𝑪𝑯𝑨𝑹𝑹𝑨𝑺 𝑩𝒉𝒂𝒘𝒂𝒏 Hotel and Residences is honoured to be selected in the MICHELIN Guide 2026.

On the shores of Khao Tao, timeless elegance and a cherished family heritage meet the quiet luxury of beachfront living. The intimacy of a private residence and thoughtful hospitality make each stay feel personal, warm and unhurried.

This recognition inspires us to preserve the character of our seaside home and continue creating moments our guests will fondly remember.

Our heartfelt thanks to our guests for their trust, and to our team for the care they bring to every welcome.


ตุลาคม…อีกบทหนึ่งของบ้านริมทะเลหลังสายฝนของเดือนกันยายน ทางเดินใต้ร่มไม้ดูชุ่มเย็นขึ้นอีกนิด เสียงคลื่นจากหาดเขาเต่ายังค...
05/10/2026

ตุลาคม…อีกบทหนึ่งของบ้านริมทะเล

หลังสายฝนของเดือนกันยายน ทางเดินใต้ร่มไม้ดูชุ่มเย็นขึ้นอีกนิด เสียงคลื่นจากหาดเขาเต่ายังคงดังมาเป็นระยะ และเมื่อถึงยามบ่าย บนโต๊ะก็มีของว่างรอให้ใครสักคนนั่งลง ใช้เวลากับมันอย่างไม่เร่งรีบ

บ้านริมทะเลหลังนี้มีเรื่องเล่าอยู่ในรายละเอียดเหล่านั้น ทั้งในมุมที่ชวนให้นึกถึงวันวาน ในรสชาติที่ปรุงขึ้นด้วยความใส่ใจ และในความรู้สึกคุ้นเคยเมื่อได้กลับมาเยือนอีกครั้ง

เดือนตุลาคมปีนี้ จรัสภาวันฉลองครบรอบ 4 ปีของการเปิดบ้านต้อนรับแขกผู้มาเยือน ความทรงจำของบ้านจึงค่อย ๆ มีเรื่องราวของผู้คนที่มาพักผ่อนร่วมอยู่ด้วย ทั้งบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร วันเงียบ ๆ ริมทะเล และช่วงเวลาเล็กน้อยที่ยังนึกถึงเมื่อกลับไป

ยามบ่ายที่ห้องอาหารปวันในเดือนนี้ จึงมีความตั้งใจเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นบนโต๊ะ ของว่างไทยทั้งคาวและหวานถูกจัดเตรียมไว้เคียงเครื่องดื่ม พร้อมเสียงเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ค่อย ๆ บรรเลงอยู่ใกล้ ๆ เราเรียกช่วงเวลานี้ว่า An Afternoon to Remember เป็นน้ำใจจากเจ้าของบ้านที่มอบให้กับแขกผู้มาพักทุกท่านในเดือนแห่งการครบรอบ ด้วยความยินดีที่ได้ใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งร่วมกัน

ระหว่างรสชาติบนโต๊ะ เสียงเพลงที่ชวนให้นึกถึงวันวาน และใครสักคนที่นั่งอยู่ข้างกัน ยามบ่ายธรรมดาวันนั้น อาจกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่อยากจะเก็บกลับไป

ตุลาคมนี้ ลองเว้นที่ว่างในปฏิทินให้กับวันพักผ่อนริมทะเลสักหน่อย บ้านหลังนี้ยังมีมุมสงบให้นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด มีชายหาดให้เดินเล่น และมียามบ่ายให้ค่อย ๆ ใช้เวลากับคนที่มาด้วยกัน

อีกเดือนหนึ่งผ่านเข้ามา และเรื่องราวของบ้านยังคงดำเนินต่อไป พร้อมความทรงจำบทใหม่ของผู้มาเยือน

𝑶𝒄𝒕𝒐𝒃𝒆𝒓… 𝑨𝒏𝒐𝒕𝒉𝒆𝒓 𝑪𝒉𝒂𝒑𝒕𝒆𝒓 𝒂𝒕 𝒕𝒉𝒆 𝑯𝒐𝒖𝒔𝒆 𝒃𝒚 𝒕𝒉𝒆 𝑺𝒆𝒂

After September’s rain, the shaded paths feel a little cooler. Waves along Khao Tao Beach can still be heard from time to time, and by afternoon, a few delicacies await at the table—an invitation to sit awhile and savour the moment.

The stories of this seaside home live in such details: corners that recall an earlier time, flavours prepared with care, and the quiet familiarity of returning somewhere fondly remembered.

This October, 𝗖𝗛𝗔𝗥𝗥𝗔𝗦 𝗕𝗵𝗮𝘄𝗮𝗻 marks four years of welcoming guests into its home. Their stories have gently become part of its own—conversations over dinner, quiet days beside the sea, and small moments remembered long after departure.

At PAWAN Restaurant, afternoons this month carry an extra touch of thoughtfulness. Thai savoury and sweet delicacies are served alongside refreshments, while music from a record player drifts softly through the room. We call it An Afternoon to Remember : a gift from the hosts to every guest staying with us during our anniversary month, offered with the simple pleasure of sharing a little more time together.

Between the flavours at the table, the nostalgia of a familiar melody, and the company of someone dear, an ordinary afternoon may become a memory to take home.

This October, leave a little room in your diary for a few days by the sea. There is a quiet corner for a favourite book, a beach to wander along, and an afternoon to linger over with those who have come with you.

As another month begins, the story of the house continues—with new memories quietly becoming part of its pages.



𝗧𝗛𝗘 𝗦𝗔𝗡𝗖𝗧𝗨𝗔𝗥𝗬 𝗢𝗙 𝗦𝗟𝗢𝗪A Moment to UnwindFour years of making room for stillness.ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา จรัสภาวันเป็นบ้านริมทะ...
30/09/2026

𝗧𝗛𝗘 𝗦𝗔𝗡𝗖𝗧𝗨𝗔𝗥𝗬 𝗢𝗙 𝗦𝗟𝗢𝗪

A Moment to Unwind
Four years of making room for stillness.

ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา จรัสภาวันเป็นบ้านริมทะเลที่ผู้คนได้กลับมาเยือนอีกครั้ง—บางคนกลับมาเพื่อพักใจ บางคนกลับมาเพื่อค้นพบเรื่องราวของวันวานที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน ที่นี่ ความทรงจำยังกรุ่นอยู่ในเสียงคลื่น ความสงบยามบ่าย และรสชาติอันคุ้นเคยบนโต๊ะอาหาร ราวกับบ้านหลังนี้ยังคงรอให้เรากลับมาเสมอ

ในวาระครบรอบ 4 ปี จรัสภาวันขอชวนคุณกลับมาใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ ปล่อยให้วันหนึ่ง ๆ เคลื่อนไปตามจังหวะของคลื่นทะเลและสายลม พร้อม ขนมยามบ่ายที่รังสรรค์อย่างประณีตจากรสชาติท้องถิ่น มอบให้ทุกวันตลอดการเข้าพัก

For four years, 𝐂𝐇𝐀𝐑𝐑𝐀𝐒 𝐁𝐡𝐚𝐰𝐚𝐧 has offered a quieter way to escape. This October, join us by the sea and savour the simple pleasure of slowing down, with complimentary artisanal afternoon treats served daily during your stay.

𝘉𝗼𝗼𝙠 𝘉𝘆 : 31 October 2026
𝗦t𝖺𝘆 : 1–31 October 2026

𝙽𝚘 𝚛𝚞𝚜𝚑. 𝙽𝚘 𝚗𝚘𝚒𝚜𝚎. 𝙹𝚞𝚜𝚝 𝚢𝚘𝚞, 𝚝𝚑𝚎 𝚜𝚎𝚊, 𝚊𝚗𝚍 𝚝𝚒𝚖𝚎 𝚝𝚘 𝚞𝚗𝚠𝚒𝚗𝚍.

สอบถามรายละเอียดและสำรองการเข้าพัก

Website · www.charrasbhawan.com
Telephone · +66 3265 4987
Mobile · +66 8 3524 5329
Email · [email protected]
LINE ·



จากร่มเงาในสวน…สู่รสชาติบนสำรับเมื่อฤดูฝนทำให้จังหวะของบ้านเดินช้าลง สวนรอบ จรัสภาวัน ก็เผยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เราอาจเดิ...
23/09/2026

จากร่มเงาในสวน…สู่รสชาติบนสำรับ

เมื่อฤดูฝนทำให้จังหวะของบ้านเดินช้าลง สวนรอบ จรัสภาวัน ก็เผยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เราอาจเดินผ่านไปในวันอื่น ทั้งกลิ่นดินหลังฝน ใบไม้ที่รับหยดน้ำ ดอกไม้ที่ผลิบาน และพืชผักที่เติบโตเคียงบ้าน

สำหรับบ้านไทยในวันก่อน สวนไม่ได้มีไว้เพียงให้ร่มเงาหรือความงาม หากยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มีทั้งพืชที่นำมาปรุงอาหาร ดอกไม้ที่เก็บมาจัดวาง และสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนในบ้านคุ้นเคยตามฤดูกาล

ที่ จรัสภาวัน ความสัมพันธ์ระหว่างสวนกับครัวยังคงอยู่ในรายละเอียดของสำรับ ใบชะพลูที่เติบโตในสวนเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของ สำรับจรัสภาวัน เช่นเดียวกับใบไม้ ดอกไม้ และผักสวนครัวบางชนิดที่นำมาจัดวางเคียงอาหาร สิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ช่วยให้เรื่องราวของสวนเดินทางมาถึงโต๊ะอาหาร

หน้าฝนนี้ หากได้เดินช้าลงอีกนิดในสวนของจรัสภาวัน อาจพบว่าความทรงจำของบ้านไม่ได้อยู่เพียงในตัวอาคาร แต่อยู่ในสิ่งที่เติบโตและผลิบานรอบบ้านด้วยเช่นกัน

𝙁𝙧𝙤𝙢 𝙩𝙝𝙚 𝙎𝙝𝙖𝙙𝙚 𝙤𝙛 𝙩𝙝𝙚 𝙂𝙖𝙧𝙙𝙚𝙣 𝙩𝙤 𝙩𝙝𝙚 𝙁𝙡𝙖𝙫𝙤𝙪𝙧𝙨 𝙤𝙛 𝙩𝙝𝙚 𝙏𝙖𝙗𝙡𝙚

As the rainy season lends the house a gentler rhythm, the gardens of 𝐂𝐇𝐀𝐑𝐑𝐀𝐒 𝐁𝐡𝐚𝐰𝐚𝐧 reveal details one might otherwise pass by: the scent of earth that lingers after rain, leaves holding the last drops of rain, flowers coming into bloom, and herbs growing quietly beside the house.

In the Thai homes of earlier generations, a garden offered more than shade and beauty. It was woven into daily life, yielding ingredients for the kitchen, flowers for the home, and familiar pleasures that returned with each season.

At 𝐂𝐇𝐀𝐑𝐑𝐀𝐒 𝐁𝐡𝐚𝐰𝐚𝐧, that connection between garden and kitchen lives on in the details of Samrub Charras Bhawan. Wild betel leaves grown in the garden find their place within the meal, while selected leaves, flowers and kitchen herbs lend a graceful finishing touch. Each small detail brings something of the garden to the table.

This rainy season, take a little longer to wander through the gardens of 𝐂𝐇𝐀𝐑𝐑𝐀𝐒 𝐁𝐡𝐚𝐰𝐚𝐧. You may find that the memories of a house reside not only within its walls, but also in all that grows and blossoms around it.


ทวีวัฒน์ : เมื่อความทรงจำของบ้านหลังเดิม ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งบ้านบางหลังไม่ได้เก็บรักษาความทรงจำเอาไว้ด้วยเรื่องเล่า...
19/09/2026

ทวีวัฒน์ : เมื่อความทรงจำของบ้านหลังเดิม ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง

บ้านบางหลังไม่ได้เก็บรักษาความทรงจำเอาไว้ด้วยเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว หากยังซ่อนมันไว้ในบานประตู พื้นไม้ สีบนผนัง ตลอดจนสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ที่ผ่านกาลเวลามาพร้อมกับผู้คนในบ้าน

วิลล่าทวีวัฒน์ ได้รับการตั้งชื่อตาม หม่อมหลวงทวีวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และได้รับการสร้างขึ้นโดยนำรายละเอียดจากบ้านทวีวัฒน์หลังเดิมกลับมาตีความใหม่ เพื่อให้ร่องรอยของอดีตยังคงดำเนินต่อไปในบ้านริมทะเลแห่งนี้

ประตูไม้เก่าจากบ้านหลังเดิมได้รับการเก็บรักษาไว้ภายหลังการรื้อถอน ก่อนจะนำกลับมาใช้เป็นประตูด้านหน้าของห้องพัก เช่นเดียวกับพื้นไม้สักทองโบราณ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรองรับชีวิตและความทรงจำของผู้คนในบ้านทวีวัฒน์

แม้แต่เสาไม้เดิมก็ไม่ได้ถูกทิ้งไปตามกาลเวลา หากถูกตัดเป็นท่อนและนำมาทำเป็นทุ่นสำหรับกันประตู ประกอบเข้ากับห่วงเหล็กจากอุปกรณ์เรือ กลายเป็นรายละเอียดเรียบง่ายที่เชื่อมโยงเรื่องราวของบ้านเข้ากับวิถีชีวิตริมทะเลอย่างแนบเนียน

ภายในบ้าน บานประตูเกล็ดไม้ซึ่งสามารถขยับเปิด–ปิดได้ ได้รับการประมูลมาจากอาคารโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนพื้นที่เดิมจะได้รับการพัฒนาเป็นอาคารรัฐสภาในปัจจุบัน ขณะที่ภาพเขียน งานศิลปะ และของตกแต่งต่าง ๆ ล้วนมาจากของสะสมส่วนตัวของเจ้าของบ้าน วางสลับกับข้าวของบางชิ้นจากบ้านทวีวัฒน์หลังเก่า ราวกับเป็นบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

สีสันของ วิลล่าทวีวัฒน์ ก็ถ่ายทอดผ่านชื่อเรียกของสีไทยโบราณทั้งสามสี ตัวอาคารใช้ “สีเขียวมอหมึก” สีเขียวเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากน้ำหมึกของปลาหมึก เมื่อนำมาผสมกับสีขาวจึงปรากฏเป็นสีเขียวหม่นลุ่มลึก ส่วนบริเวณประตูแต่งแต้มด้วย “สีสวาด” สีเทาอ่อนซึ่งเรียกขานตามสีขนของแมวไทยสีสวาด

ภายในห้องน้ำเลือกใช้กระเบื้องทำมือ “สีเขียวไข่กา” จากจังหวัดลำปาง สั่งทำขึ้นให้ใกล้เคียงกับกระเบื้องโบราณที่เคยอยู่ในบ้านทวีวัฒน์ สีของกระเบื้องแต่ละแผ่นจึงไม่เสมอกันเสียทีเดียว และความไม่สมบูรณ์แบบนั้นเองที่ทำให้พื้นผิวของบ้านมีชีวิตและมีเอกลักษณ์

กระเบื้องสามเหลี่ยมบนผนังห้องน้ำได้รับการสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ โดยจัดวางให้เกิดพื้นผิวคล้ายลอนทรายยามต้องน้ำทะเล ขณะที่แก้วและกระจกได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงและลวดลายของกระดองเต่า เชื่อมโยงกลับไปยังเขาเต่าและท้องทะเลที่อยู่เบื้องหน้า

วิลล่าทวีวัฒน์ แบ่งออกเป็นห้องพักขนาดใหญ่สี่ห้อง แต่ละห้องตั้งชื่อตามเต่าทะเลที่พบในประเทศไทย ได้แก่ เต่ากระ เต่ามะเฟือง เต่าตนุ และเต่าหญ้า โดยทุกห้องสามารถมองเห็นท้องทะเลได้จากบริเวณบ้านพัก

ท่ามกลางบรรยากาศของฤดูฝน บ้านหลังนี้จึงชวนให้เราหยุดมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างช้าลง เพื่อสังเกตรอยสีที่ไม่เหมือนกันบนกระเบื้องแต่ละแผ่น สัมผัสพื้นไม้ที่ผ่านกาลเวลา และค้นพบเรื่องราวที่ซ่อนอยู่หลังประตูบานเดิม

เพราะบางครั้ง การรักษาความทรงจำของบ้านเอาไว้ อาจไม่ใช่การสร้างทุกอย่างให้เหมือนเดิม หากคือการมอบพื้นที่ใหม่ให้สิ่งที่ยังมีความหมาย ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

TAWEEVADH: WHERE THE MEMORY OF AN OLD HOUSE LIVES ANEW

Some houses preserve their memories not merely through stories, but within old doors, time-worn floors, faded colours and treasured objects passed quietly through generations.

Named after 𝑀.𝐿. 𝑇𝑎𝑤𝑒𝑒𝑣𝑎𝑑𝘩 𝑆𝑎𝑛𝑖𝑑𝑣𝑜𝑛𝑔𝑠 𝑁𝑎 𝐴𝑦𝑢𝑑𝘩𝑦𝑎, Villa Taweevadh reinterprets elements of the original family home, allowing its character to live on beside the sea.

Original wooden doors and antique golden teak flooring have been carefully restored, while sections of the former timber posts now serve as doorstops, finished with iron rings once used aboard boats. Elsewhere, old louvred doors, private artworks and family keepsakes create a gentle dialogue between past and present.

The villa’s palette draws upon three traditional Thai colours: the deep, muted green of 𝖬𝗈𝗋 𝖬𝗎𝖾𝗄; the soft grey of 𝖲𝗂 𝖲𝖺𝗐𝖺𝗍; and handmade 𝖪𝗁𝖺𝗂 𝖪𝖺𝖺 green tiles from Lampang, whose subtle variations lend each surface a beauty entirely its own.

Bespoke triangular tiles evoke rippled sand touched by the tide, while tortoiseshell-inspired glass and mirrors echo the landscape of Khao Tao.

The villa comprises four rooms —Hawksbill Turtle (เต่ากระ), Leatherback Turtle (เต่ามะเฟือง), Green Sea Turtle (เต่าตนุ) and Olive Ridley Turtle (เต่าหญ้า)— each named after a species of sea turtle found in Thailand, with views extending towards the sea.

Here, the past has not been recreated exactly as it was. Instead, all that still holds meaning has been given a new place in which to live again.


ก่อนเขาเต่าจะเป็นจุดหมายของผู้มาเยือนแม้อยู่ห่างจากหัวหินเพียงไม่กี่กิโลเมตร หากเขาเต่าในวันวานกลับดูคล้ายเป็นโลกอีกใบหน...
12/09/2026

ก่อนเขาเต่าจะเป็นจุดหมายของผู้มาเยือน

แม้อยู่ห่างจากหัวหินเพียงไม่กี่กิโลเมตร หากเขาเต่าในวันวานกลับดูคล้ายเป็นโลกอีกใบหนึ่งครั้งนั้น ที่นี่ยังเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ซึ่งดำเนินชีวิตไปตามจังหวะของคลื่นและฤดูกาล ถนนยังเป็นเพียงทางเกวียน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ยามค่ำคืนอาศัยแสงจากตะเกียงเจ้าพายุ ส่วนน้ำกินน้ำใช้ต้องตักขึ้นมาจากบ่อน้ำบาดาลเพียงไม่กี่แห่ง ขณะที่ผืนดินเค็มและความแห้งแล้งซึ่งเวียนกลับมาทุกปี ทำให้การเพาะปลูกแทบเป็นไปไม่ได้

แต่ท่ามกลางความทุรกันดารนั้น เขาเต่ากลับมีบางสิ่ง ซึ่งหาได้ยากจากเมืองตากอากาศที่กำลังเติบโต ชายหาดที่ยังบริสุทธิ์ ความสงบซึ่งไม่ถูกรบกวน และชีวิตเรียบง่ายของผู้คนริมทะเล
เรื่องราวของครอบครัวกับเขาเต่าเริ่มต้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๗ เมื่อคุณปู่และคุณย่าได้ตามเสด็จ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร และเสด็จเยาวภาฯ มาประทับตากอากาศที่หัวหิน ในยุคที่การตากอากาศมิใช่การเดินทางเพียงไม่กี่วัน หากเป็นการย้ายมาใช้ชีวิตริมทะเลครั้งละหลายเดือน

ระหว่างการสำรวจพื้นที่โดยรอบ กรมพระยาชัยนาทนเรนทรทรงพบชายหาดเขาเต่า ซึ่งงดงามด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์และห่างไกลจากความวุ่นวาย จึงทรงจับจองที่ดินบริเวณนั้น คุณปู่ได้รับอานิสงส์จากการค้นพบครั้งนั้น และได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งในหมู่บ้านเขาเต่า ก่อนสร้างบ้านพักตากอากาศหลังเล็ก ๆ ขึ้นริมทะเล

การเดินทางมายังบ้านในเวลานั้นมิใช่เรื่องง่าย หนทางเดียวคือการนั่งเกวียนเทียมวัว เลียบมาตามชายหาด ทว่าความห่างไกลกลับไม่เคยทำให้คุณปู่คุณย่าคลายความผูกพัน ทั้งสองยังคงเดินทางกลับมาตากอากาศที่นี่ทุกปี จนบ้านริมทะเลแห่งนี้ค่อย ๆ กลายเป็นบ้านหลังที่สองของครอบครัว

ความผูกพันนั้นมิได้หยุดอยู่เพียงภายในรั้วบ้าน หากแผ่ไปถึงผู้คนในชุมชน ไม่ว่าชาวบ้านจะมีเรื่องเดือดร้อนประการใด คุณปู่คุณย่าก็พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือเสมอ จนได้รับการเรียกขานด้วยความเคารพและใกล้ชิดว่า “พ่อคุณ” และ “แม่คุณ”

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงทราบถึงความยากลำบากของชาวบ้านเขาเต่า จึงมีพระราชดำริให้เกิดโครงการพัฒนาต่าง ๆ รวมถึงอ่างเก็บน้ำเขาเต่า โครงการชลประทานตามพระราชดำริแห่งแรก ซึ่งนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตของผู้คนอย่างสำคัญ ในช่วงเวลาต่อมา คุณปู่คุณย่าได้ร่วมสนับสนุนงานพัฒนาชุมชนตามกำลัง ทั้งด้านที่ดิน เงินทุน และวัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สำเร็จลุล่วง

ในเวลาต่อมา ครอบครัวได้แบ่งที่ดินส่วนหนึ่งมอบให้เทศบาลหัวหินเพื่อสร้างถนนลงสู่ชายหาด และถนนสายนั้นได้รับการตั้งชื่อว่า “ถนนทวีวัฒน์” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คุณปู่ ผู้เป็นที่รักและเคารพของชาวเขาเต่า

วันนี้ เขาเต่าอาจเดินทางมาถึงได้สะดวกกว่าในอดีต และเสียงคลื่นได้ต้อนรับผู้มาเยือนจากหลากหลายแห่ง แต่ความสงบเรียบง่ายซึ่งทำให้ครอบครัวตกหลุมรักสถานที่แห่งนี้ยังคงไม่เลือนหาย

ณ จรัสภาวัน บ้านพักตากอากาศของครอบครัวได้รับการดูแลให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยยังคงรายละเอียดและเอกลักษณ์ของบ้านเดิมไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้การมาพักในวันนี้มิใช่เพียงการมาเยือนชายทะเล หากเป็นการได้สัมผัสวิถีตากอากาศแบบหัวหินในวันวาน เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ และได้รับการดูแลเสมือนเป็นแขกของครอบครัว

เพราะก่อนเขาเต่าจะเป็นจุดหมายของนักเดินทาง ที่แห่งนี้คือบ้าน คือความผูกพัน และคือเรื่องราวซึ่งครอบครัวหนึ่งได้ใช้เวลาร่วมกับชุมชนมานานกว่าศตวรรษ

𝘽𝙚𝙛𝙤𝙧𝙚 𝙆𝙝𝙖𝙤 𝙏𝙖𝙤 𝘽𝙚𝙘𝙖𝙢𝙚 𝙖 𝘿𝙚𝙨𝙩𝙞𝙣𝙖𝙩𝙞𝙤𝙣

Only a short distance from Hua Hin, Khao Tao was once a remote fishing village without proper roads, electricity or piped water. Life was shaped by the sea and the seasons, yet amid such hardship lay an unspoilt shore, an unhurried way of life and a rare sense of stillness.

The family’s story here began during the reign of King Rama VII, when our grandparents accompanied Prince Rangsit Prayurasakdi, Prince of Chainat, and Princess Yaovabha Bongsanid on their seaside sojourns in Hua Hin. After Prince Rangsit discovered the quiet beauty of Khao Tao, our grandfather acquired a plot of land and built a modest seaside house. Reached only by ox cart along the beach, it gradually became the family’s second home.

Over the years, our grandparents formed a lasting bond with the village and supported its people through times of hardship. The community came to know them affectionately as 𝖯𝗁𝗈𝗋 𝖪𝗁𝗎𝗇 𝖺𝗇𝖽 𝖬𝖺𝖾 𝖪𝗁𝗎𝗇. They later contributed to local development initiatives, while part of the family’s land was given for a public road to the beach—now known as Taweevadh Road, in remembrance of our grandfather.

Today, that enduring connection lives on at 𝐂𝐇𝐀𝐑𝐑𝐀𝐒 𝐁𝐡𝐚𝐰𝐚𝐧, where the family’s seaside houses have been thoughtfully restored. More than a stay by the coast, it offers a glimpse of Hua Hin’s traditional seaside life—gracious, unhurried and cared for as though one were a guest of the family.




เมื่อสายฝนเปลี่ยนจังหวะของบ้านริมทะเลทะเลหัวหินในเดือนกันยายน อาจไม่ได้ทอดตัวอยู่ใต้ท้องฟ้าสีครามเฉกเช่นในวันอื่น ๆ หากส...
07/09/2026

เมื่อสายฝนเปลี่ยนจังหวะของบ้านริมทะเล

ทะเลหัวหินในเดือนกันยายน อาจไม่ได้ทอดตัวอยู่ใต้ท้องฟ้าสีครามเฉกเช่นในวันอื่น ๆ หากสายฝนที่แวะเวียนมา กลับมอบจังหวะอีกแบบหนึ่งให้บ้านริมทะเลแห่งนี้

หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนใบไม้ในสวน กลิ่นดินจาง ๆ ลอยมากับลมทะเล เสียงคลื่นจากหาดเขาเต่าดังแผ่วเบาท่ามกลางท้องฟ้าสีหม่น ขณะที่กิ่งสนเอนลู่ไปตามสายลมที่พัดไกว

บ้านทั้งหลังคล้ายกำลังชวนให้เราค่อย ๆ วางความวุ่นวายไว้ข้างนอก แล้วใช้เวลากับความเงียบตรงหน้าอย่างไม่ต้องเร่งรีบ

บางช่วงเวลาของการพักผ่อน อาจเป็นเพียงการนั่งมองสายฝนจากระเบียงวิลล่า เดินผ่านสวนร่มรื่นหลังฝนซา หรือทอดสายตาไปยังชายหาดที่เงียบสงบ โดยมีใครคนหนึ่งอยู่ข้าง ๆ แม้ปราศจากบทสนทนา หัวใจก็ยังรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย

เพราะความหมายของการมาทะเล อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ท้องฟ้าสดใสเพียงใด หากอยู่ที่ว่าเราได้แบ่งปันช่วงเวลานั้นกับใคร

และบางที ท่ามกลางสายฝนของเดือนกันยายน บ้านริมทะเลที่จรัสภาวัน อาจทำให้เราได้ค้นพบว่า การพักผ่อนที่เติมเต็มหัวใจที่สุด ไม่จำเป็นต้องมีอะไรมากไปกว่าความสงบ ธรรมชาติ และคนที่เราอยากใช้เวลาร่วมกัน

`、ヽ`☂ヽ`、ヽ`、ヽ`☂ヽ`、ヽ

ꔋ𝘩𝗲 𝗚𝗲𝗇t𝗹𝗲 𝙍𝘩𝘆t𝘩𝗺 𝗼𝗳 𝙍𝖺𝗂𝗇 𝘣𝘆 t𝘩𝗲 𝗦𝗲𝖺

In September, the sea in Hua Hin may not always stretch beneath a clear blue sky. Yet the passing rain brings a different rhythm to this home by the shore.

Droplets settle upon the garden leaves, and the faint scent of rain-soaked earth drifts in on the sea breeze. Along Khao Tao beach, the waves murmur beneath a muted sky as pine branches sway gently in the wind.

The house seems to invite us to leave the noise of the world outside, and to sit with the quiet for a while, with nowhere else we need to be.

Perhaps rest is simply watching the rain from a villa terrace, wandering through a shaded garden once the showers have passed, or gazing towards a quiet stretch of shore with someone beside you. Even without a word between you, there is comfort in the stillness.

For the meaning of a seaside escape may have less to do with the brightness of the sky than with the person with whom we share it.

And perhaps, amid the September rain, this home by the sea at 𝗖𝗛𝗔𝗥𝗥𝗔𝗦 𝗕𝗵𝗮𝘄𝗮𝗻 reminds us that the moments which restore us most ask for very little: quiet, nature, and the company we cherish.



𝑻𝑯𝑬 𝑷𝑹𝑰𝑽𝑨𝑻𝑬 𝑹𝑬𝑺𝑬𝑻Healing Through the Heritage of Silenceบางครั้ง การฟื้นคืนความสมดุลอาจเริ่มต้นจากการได้หยุดฟังเสียงรอบต...
01/09/2026

𝑻𝑯𝑬 𝑷𝑹𝑰𝑽𝑨𝑻𝑬 𝑹𝑬𝑺𝑬𝑻
Healing Through the Heritage of Silence

บางครั้ง การฟื้นคืนความสมดุล
อาจเริ่มต้นจากการได้หยุดฟังเสียงรอบตัว
แล้วกลับมาได้ยินเสียงภายในของตนเองอีกครั้ง
ณ ชายฝั่งอันสงบของจรัสภาวัน
ปล่อยให้วันเวลาเคลื่อนไปอย่างเนิบช้า
ให้สายลม แสงแดด และจังหวะของท้องทะเล
ค่อย ๆ นำพาร่างกายและจิตใจกลับสู่ความผ่อนคลาย

Step away from the noise and return to a gentler rhythm—where nature, stillness and the sea become part of your private renewal.

✦ 𝐒𝐢𝐠𝐧𝐚𝐭𝐮𝐫𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 𝐈𝐧𝐜𝐥𝐮𝐬𝐢𝐨𝐧
รับสิทธิ์เข้าร่วม Ozone Ice Bath & Infrared Sauna Therapy โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวน 1 ครั้งต่อการเข้าพัก เพื่อเติมความสดชื่น ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และมอบช่วงเวลาแห่งการดูแลตนเองอย่างเป็นส่วนตัว

A restorative wellness experience, thoughtfully included once per stay.

❖ Booking Period
1 – 30 September 2026
❖ Stay Period
1 – 30 September 2026

ให้เดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาของการหยุดพัก ไม่ใช่เพียงเพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวาย
แต่เพื่อกลับคืนสู่ความสงบที่อาจหล่นหายไประหว่างทาง

Embrace the art of restorative stillness.
Your private reset begins at 𝐂𝐇𝐀𝐑𝐑𝐀𝐒 𝐁𝐡𝐚𝐰𝐚𝐧

สอบถามรายละเอียดและสำรองการเข้าพัก
Website · www.charrasbhawan.com
Telephone · +66 3265 4987
Mobile · +66 8 3524 5329
Email · [email protected]
LINE ·

มีสวนอยู่หลายแบบบนโลกใบนี้ บางสวนถูกออกแบบเพื่อให้มองเห็นความงามในทันที ด้วยเส้นสายการออกแบบที่กำหนดไว้อย่างตายตัว ตลอดจ...
21/08/2026

มีสวนอยู่หลายแบบบนโลกใบนี้ บางสวนถูกออกแบบเพื่อให้มองเห็นความงามในทันที ด้วยเส้นสายการออกแบบที่กำหนดไว้อย่างตายตัว ตลอดจนพันธุ์ไม้ที่คัดสรรมาเพื่อให้ผลิดอกออกใบในจังหวะที่งดงามที่สุดของแต่ละฤดูกาล

หากแต่สวนของ จรัสภาวัน นั้นดูจะมิได้ถือกำเนิดขึ้นเช่นนั้น

ความงามของพื้นที่สีเขียวภายในรั้วบ้านริมทะเลแห่งนี้ มิได้เริ่มต้นจากความพยายามจะทำให้สวน “สวย” ตามแบบฉบับสวนประดับ หากเริ่มต้นจากความตั้งใจที่เรียบง่ายกว่า คือการไม่ฝืนธรรมชาติของผืนดินเดิม ไม่บังคับให้พื้นที่ชายฝั่งแห่งนี้ต้องกลายเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากสิ่งที่มันเคยเป็น ด้วยเหตุนี้ พรรณไม้จำนวนมากที่เติบโตอยู่ทั่วจรัสภาวัน จึงมิใช่ไม้ต่างถิ่นที่ถูกนำมาปลูกเพื่อความแปลกตา หากเป็นพืชท้องถิ่นของ ภูมิประเทศแถบหัวหิน–ชะอำ พืชที่คุ้นเคยกับดินทราย แดดจัด และลมทะเล ทนแล้งได้ดี และสามารถเติบโตต่อไปตา ธรรมชาติของมันเอง บางต้นเกิดจากเมล็ดที่ร่วงลงสู่พื้น บางต้นค่อย ๆ แตกกิ่งแผ่ใบโดยแทบไม่ต้องมีใครหรือใช้ปัจจัยใดเร่งรัด

จึงอาจกล่าวได้ว่า สวนของจรัสภาวันมิใช่สวนที่ถูก “จัดวาง” ขึ้นใหม่ทั้งหมด หากเป็นสวนที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นจากความเข้าใจในภูมินิเวศของพื้นที่ และจากความเคารพต่อสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว

และด้วยสิ่งนี้เองที่ทำให้บรรยากาศของที่นี่ต่างจากสวนในโรงแรมหลายแห่ง ความร่มรื่นที่แขกสัมผัสได้เมื่อก้าวเข้ามา มิได้เป็นความเขียวที่ผ่านการตกแต่งจนเกินจริง หากเป็นความสงบของสวนที่ยังคงเก็บกลิ่นอายกึ่งสวนป่า กึ่งบ้านพักตากอากาศเอาไว้ได้อย่างพอดี มีทั้งเงาไม้ที่ทอดคลุมทางเดิน ลมที่พัดผ่านพุ่มใบอย่างเป็นธรรมชาติ และจังหวะของต้นไม้แต่ละต้นที่ดูจะอยู่ตรงนั้นมานานพอจะเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของบ้าน

ในบรรดาต้นไม้ทั้งหลายที่ยืนต้นอยู่ภายในพื้นที่ ต้นหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นเสมือนพยานเงียบของกาลเวลา คือ ต้นมะขามเก่าแก่บริเวณรั้วด้านข้างหน้า วิลล่า ทวีวัฒน์ ซึ่งมีอายุมากกว่าหนึ่งศตวรรษ ลำต้นใหญ่ที่ยืนหยัดผ่านแดด ฝน และลมทะเลมาเนิ่นนาน ทำให้การมีอยู่ของมันมิได้เป็นเพียงองค์ประกอบของภูมิทัศน์ หากเป็นเสมือนเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ในสวนแห่งนี้

ใกล้กันนั้น ยังมี ต้นหูกวาง และ ต้นสนประดิพัทธ์ ที่คุณปู่คุณย่าได้ปลูกไว้ สืบทอดเรื่องราวของยุคสมัยหนึ่งเอาไว้อย่างเงียบ ๆ ด้วยเดิมทีสนประดิพัทธ์มิได้เป็นเพียงไม้ชายทะเลที่ให้ภาพจำของหัวหินเท่านั้น หากยังโยงใยกับประวัติศาสตร์การเดินทางในอดีต เมื่อรถไฟไอน้ำยังต้องใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิง ต้นสนซึ่งเติบโตอยู่ริมทางและตามพื้นที่ชายฝั่งจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์และวิถีชีวิตของเมืองตากอากาศในวันวาน

หากเดินช้าลงอีกนิด สวนของจรัสภาวันจะเผยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ชวนให้รู้สึกว่าสวนนี้มีชีวิตมากกว่าการเป็นฉากหลังของการพักผ่อน

มี กุ่มบก ที่ดอกตูมสามารถเก็บมาดอง
รับประทานเคียงน้ำพริกได้

มี สะเดา ซึ่งเมื่อถึงฤดูออกดอก ก็ชวนให้นึกถึงสำรับไทยเรียบง่ายอย่างปลาย่างกับน้ำปลาหวาน

และยังมีพรรณไม้พื้นถิ่นอีกหลายชนิดที่มิได้อยู่ตรงนั้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น หากยังเชื่อมโยงกับครัว กับวิถีบ้าน และกับความทรงจำแบบไทย ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องธรรมดาของการใช้ชีวิต

บางที นั่นอาจเป็นเสน่ห์ที่สำคัญที่สุดของสวนแห่งนี้ เพราะเมื่อสวนมิได้ถูกคิดขึ้นเพื่อให้เป็นเพียง “พื้นที่สีเขียวของโรงแรม” หากเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีดั้งเดิมของหัวหิน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผู้มาเยือนจึงต่างออกไป เราไม่ได้เพียงมองเห็นต้นไม้ แต่รู้สึกได้ถึงอากาศของเมืองชายทะเล ผืนดินทรายที่รองรับรากไม้เหล่านี้ รวมถึงกลิ่นแดด กลิ่นลม และความเงียบสงบแบบที่หัวหินเคยมอบให้ผู้คนมาเนิ่นนาน

หากมีเวลาสักครู่ให้เดินทอดน่องอยู่ในจรัสภาวันอย่างไม่รีบร้อน บางทีสิ่งที่น่าจดจำอาจไม่ใช่เพียงภาพของวิลล่าริมทะเลหรือเสียงคลื่นจากเบื้องหน้า แต่อาจเป็นเงาของต้นมะขามเก่าแก่ที่ทอดลงบนพื้นทราย เป็นสนประดิพัทธ์ที่เอนใบรับลม และเป็นรายละเอียดของพรรณไม้พื้นถิ่นที่ค่อย ๆ เผยตัวให้รู้จักทีละต้น

และเมื่อถึงตอนนั้น สวนแห่งนี้อาจทำหน้าที่มากกว่าการมอบความร่มรื่น หากยังบอกเราอย่างแผ่วเบาว่า

นี่แหละคือหัวหินในอีกความหมายหนึ่ง หัวหินที่มิได้อยู่เพียงในทะเลและสายลม หากยังอยู่ในพรรณไม้ กลิ่นดิน แดดอ่อนบนใบสน และความสงบของสวนที่เติบโตไปตามธรรมชาติอย่างที่มันควรจะเป็น

Some homes welcome you not only with the scent of the sea, but also with the shade of old trees, the quiet beauty of a garden, and a sense of calm that begins the moment you step through the gate.

At 𝗖𝗛𝗔𝗥𝗥𝗔𝗦 𝗕𝗵𝗮𝘄𝗮𝗻, the garden was never conceived as an ornamental landscape. It has been allowed to grow in harmony with the natural character of the land, guided by a simple belief: not to force the coastal ground to become anything other than what it has always been.

Much of the greenery here consists of native plants from the Hua Hin / Cha-am coastline ; species naturally suited to sandy soil, strong sunlight, sea breeze, and dry seasons. Some grow from fallen seeds, while others slowly extend their branches and leaves according to the quiet rhythm of time.

This is what gives the grounds their particular sense of serenity. They feel less like a manicured hotel garden, and more like a gentle meeting of seaside residence, native landscape, and memory. Within the garden stand old trees that have long been part of the home’s story, including the century-old tamarind tree near Villa Taweevadh, alongside Terminalia catappa and the Pradipath pine trees planted by earlier generations of the family.

And if one takes the time to walk a little more slowly, the garden begins to reveal itself not merely as a backdrop to a stay, but as a quiet reflection of place, season, and the enduring spirit of Hua Hin’s coastal landscape.



𝐓𝐇𝐀𝐈 𝐓𝐈𝐄𝐖 𝐓𝐇𝐀𝐈𝑨 𝑷𝒓𝒊𝒗𝒂𝒕𝒆 𝑬𝒔𝒄𝒂𝒑𝒆, 𝑴𝒂𝒅𝒆 𝒇𝒐𝒓 𝒀𝒐𝒖      การพักผ่อนที่ดีที่สุดของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน...บางคนมองหาความสงบสำหร...
14/08/2026

𝐓𝐇𝐀𝐈 𝐓𝐈𝐄𝐖 𝐓𝐇𝐀𝐈
𝑨 𝑷𝒓𝒊𝒗𝒂𝒕𝒆 𝑬𝒔𝒄𝒂𝒑𝒆, 𝑴𝒂𝒅𝒆 𝒇𝒐𝒓 𝒀𝒐𝒖

การพักผ่อนที่ดีที่สุดของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน...

บางคนมองหาความสงบสำหรับสองเรา
บางครอบครัวปรารถนาพื้นที่ส่วนตัวเพื่อกลับมาใช้เวลาร่วมกันในวันสำคัญ

ขณะที่บางคนเพียงอยากหยุดพัก และปล่อยให้วันเวลาค่อย ๆ ดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ

ที่ จรัสภาวัน วิลล่าแต่ละหลังได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมมอบพื้นที่ส่วนตัวสำหรับทุกช่วงเวลาอันมีความหมาย แด่คุณและคนที่คุณรัก

กลับมาอีกครั้งกับข้อเสนอสุดพิเศษ ⸻ ❤ ไทยเที่ยวไทย

เลือกวิลล่าที่เหมาะกับการพักผ่อนของคุณ พร้อมรับสิทธิพิเศษที่จะทำให้ทุกช่วงเวลาริมทะเลของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

✨ 𝐄𝐱𝐜𝐥𝐮𝐬𝐢𝐯𝐞 𝐕𝐢𝐥𝐥𝐚 𝐏𝐫𝐢𝐯𝐢𝐥𝐞𝐠𝐞𝐬 ✨
สำหรับการสำรองห้องพักตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไป

𝐕𝐢𝐥𝐥𝐚 𝐓𝐚𝐰𝐞𝐞𝐯𝐚𝐝𝐡

✧ เข้าพักแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 3 คืน รับฟรี Signature Massage 60 นาที สำหรับ 1 ท่าน

✧ เข้าพักแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 2 คืน รับฟรี Dining Credit Voucher มูลค่า 2,000 บาท
──────────

𝐕𝐢𝐥𝐥𝐚 𝐂𝐚𝐠𝐧𝐞𝐲

✧ เข้าพักแบบ 1 ห้องนอน จำนวน 2 คืน เลือกรับฟรี Signature Massage 60 นาที สำหรับ 1 ท่าน หรือ Afternoon Tea

✧ เข้าพักแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 2 คืน รับฟรี Dining Credit Voucher มูลค่า 3,000 บาท
──────────

𝐕𝐢𝐥𝐥𝐚 𝐕𝐚𝐥𝐚𝐲𝐚 หรือ 𝐕𝐢𝐥𝐥𝐚 𝐃𝐞 𝐉𝐨𝐧𝐠

✧ เข้าพักแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 2 คืน รับฟรี Dining Credit Voucher มูลค่า 2,000 บาท

✦ ✦ ✦
𝒀𝒐𝒖𝒓 𝑽𝒊𝒍𝒍𝒂. 𝒀𝒐𝒖𝒓 𝑻𝒊𝒎𝒆.
𝑨 𝑴𝒐𝒎𝒆𝒏𝒕 𝑬𝒏𝒕𝒊𝒓𝒆𝒍𝒚 𝒀𝒐𝒖𝒓𝒔.

ไม่ว่าภาพของวันพักผ่อนที่คุณวาดฝันไว้จะเป็นเช่นไร
ให้ จรัสภาวัน เป็นพื้นที่สำหรับการหยุดพักผ่อน
ที่ได้กลับมาใกล้ชิดกับคนสำคัญ และใช้ทุกช่วงเวลาในจังหวะที่เป็นของคุณเอง

✦ ✦ ✦
ระยะเวลาสำรองข้อเสนอสุดพิเศษ
17 – 31 สิงหาคม 2569

ระยะเวลาเข้าพัก
17 สิงหาคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2570

💬 ยกเว้นการเข้าพักระหว่างวันที่
26 ธันวาคม 2569 – 3 มกราคม 2570
และ 5–7 กุมภาพันธ์ 2570

✦ เริ่มต้นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนในแบบของคุณได้ที่

Website · www.charrasbhawan.com
Telephone · +66 3265 4987
Mobile · +66 8 3524 5329
Email · [email protected]
LINE ·

เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด



ที่อยู่

14/1 Taweevadh Road, Khao Tao, Prachuab Khiri Khan
Hua Hin
77110

เบอร์โทรศัพท์

+66835245329

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ CHARRAS Bhawan Hotel and Residence โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CHARRAS Bhawan Hotel and Residence:

ทางลัด

แชร์