30/09/2026
🧡🧡🧡บอนกาแฟ ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจถึงผู้ประกอบการร้านกาแฟทุกท่าน ให้ผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย
เพื่อให้เครื่องชงและเครื่องบดกาแฟของคุณพร้อมกลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัยที่สุด บอนกาแฟสรุป Checklist และข้อควรระวังทางเทคนิค สำหรับเตรียมความพร้อมของเครื่องกาแฟหลังผ่านช่วงน้ำท่วมมาฝากครับ
🚨 TECHNICAL WARNING (ข้อควรรู้สำคัญเพื่อความปลอดภัย)
หากเครื่องชงกาแฟถูกน้ำท่วม หรือมีน้ำเข้าตัวเครื่อง
❌ ห้ามเสียบปลั๊ก และห้ามเปิดเครื่องเด็ดขาด!
1. ขั้นตอน Safe-Lock ตัดระบบทันที
- สับเบรกเกอร์และถอดปลั๊กไฟออกทันที
- ปิดวาล์วน้ำเข้าเครื่องชง
- ซับ/เช็ดน้ำภายนอกเบื้องต้น (อย่าเพิ่งแกะตัวเครื่องเอง)
รอให้ช่างผู้ชำนาญการเข้าตรวจเช็กระบบไฟฟ้าและวงจรภายในก่อนใช้งานเท่านั้น เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร บอร์ดควบคุมเสียหาย หรืออันตรายจากไฟรั่ว
📋 Checklist ตรวจเช็กเครื่องกาแฟ กรณีเครื่องไม่โดนน้ำ แต่ปิดทิ้งไว้นานเกิน 1 สัปดาห์
- ระบบกรองน้ำ: สำหรับเครื่องต่อตรง ให้เปิดระบายน้ำทิ้งก่อนเข้าเครื่องกรองประมาณ 15–20 นาที เพื่อไล่ตะกอน คราบตกค้าง และสิ่งสกปรกในสายท่อ
- ระบบไฟฟ้า: ตรวจเช็กสายไฟ ปลั๊กไฟ และเต้ารับอย่างละเอียดว่าแห้งสนิท ไม่มีรอยชำรุด สายขาด หรือรอยไหม้
- ระบบชง: เปิดน้ำไล่ผ่านหัวชง (Grouphead) รวมถึงปล่อยน้ำร้อนและสตรีมไอน้ำทิ้งเล็กน้อย เพื่อล้างแรงดันและระบบภายในก่อนเริ่มชงจริง
เครื่องบดกาแฟ : ตรวจเช็กความชื้นในโถบดและชุดเฟือง ทำความสะอาดโถเมล็ดกาแฟให้แห้งสนิทก่อนเติมเมล็ดกาแฟใหม่
📋 Checklist ตรวจเช็กเครื่องกาแฟ กรณีเครื่องอยู่ใกล้พื้นที่ชื้น แต่น้ำท่วมไม่ถึง
- เช็กรอบตัวเครื่อง: ตรวจดูคราบน้ำ สนิม รอยกัดแทะ หรือสัตว์หนีน้ำ (เช่น แมลง cockroaches หรือหนู) ที่อาจเข้าไปซุกซ่อนในตัวเครื่องหรือช่องระบายอากาศ
- เช็กระบบไฟจุดติดตั้ง: ตรวจสอบปลั๊กไฟและเบรกเกอร์ประจำจุดว่าใช้งานได้ตามปกติ ไร้ความชื้นสะสม
- หากพบสิ่งผิดปกติ: อย่าเพิ่งทดลองเปิดเครื่อง ให้ถ่ายภาพและติดต่อปรึกษาทีมช่างทันที
💙 บอนกาแฟพร้อมเคียงข้างและดูแลคุณ
ทีมช่างผู้ชำนาญการด้านเครื่องชงและเครื่องบดกาแฟจากบอนกาแฟ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจเช็ก และดูแลเครื่องของคุณด้วยความใส่ใจ