12/05/2026
Gelato VS ice cream
เจลาโต้กับไอศกรีม ต่างกันยังไง?
ตั้งแต่เปิดร้านมา คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก็คือ เจลาโต้นี่มันต่างจากไอศกรีมยังไงคะ?
อะ มา เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
Gelato เป็นภาษาอิตาเลียน ซึ่งก็แปลว่า “ไอศกรีม” น่ะแหละ อย่างไอศกรีมของอเมริกาก็จะเรียกว่า Gelato Americano ดังนั้น Gelato ในความหมายทั่วๆ ไปก็คือไอศกรีม
แต่! ไอศกรีมของชาวอิตาลีนั้นมีส่วนผสมและวิธีทำไอติมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เรามันลูกหลานเทพเจ้าโอลิมปัส จะมาทำไอติมเหมือนกันไม่ได้ Gelato เลยมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนไอติมทั่วๆ ไป
หลักๆ จะมี 3 อย่าง คือออ
1. อัตราส่วนไขมันที่ต่ำกว่า
ไอศกรีมปกติจะมีอัตราส่วนไขมันอยู่ที่ประมาณ 10% แต่ Gelato จะมีอัตราส่วนไขมันอยู่ที่ 3-8% ( แล้วแต่ตำรา แล้วแต่สูตรว่าจะมีเท่าไหร่ แต่เอาเป็นว่ามันน้อยกว่าไอศกรีมทั่วๆ ไป ) ซึ่งการที่ไขมันต่ำกว่า ทำให้ Gelato นั้นสามารถเผยรสและกลิ่นของวัตถุดิบได้ชัดเจนจะแจ้งกว่าไอศกรีมทั่วไป เจลาโต้จึงมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าเมื่อเอามาเทียบกัน
2. อากาศน้อยกว่า
อากาศในไอศกรีมมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Overrun (เดี๋ยววันหลังจะมาเล่าเรื่องนี้ละเอียดอีกที สนุก) ไอศกรีมแบบ Commercial จะปั่นอากาศเข้าไปได้สูงสุด 80%-120% ในขณะที่ Gelato จะมี Overrun อยู่แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้น ถ้าลองยกตัวอย่างแบบ extreme มากๆ ลองคิดถึงไอติมถ้วยเล็กๆ ที่ขายในเซเว่น ที่เนื้อมันจะเบาฟูมากกกก นั่นคือมันปั่นอากาศเข้าไปในเนื้อเยอะมาก เวลากินเลยจะเหมือนไอติมละลายสลายหายไปบนลิ้นเราเลย ส่วนเจลาโต้จะปั่นอากาศน้อยกว่าเนื้อก็จะแน่นกว่า และทำให้รสชาติเจลาโต้เข้มข้นกว่าไอศกรีมทั่วไป
3. อุณหภูมิเสิร์ฟอุ่นกว่า
ไอศกรีมปกติจะตักเสิร์ฟที่ประมาณ -15C ถึง -18C ในขณะที่เจลาโต้ จะตักเสิร์ฟที่ -10C ถึง -12C การเสิร์ฟที่อุณหภูมิที่สูงกว่า(อุ่นกว่า) ทำให้เราสัมผัสรสชาติของเจลาโต้ได้ชัดกว่า เพราะลิ้นไม่ชาจากความเย็นจัด แต่ก็มีข้อเสียคือ เจลาโต้จะไม่ทนทานกับอากาศร้อนเลย เราจึงมักเห็นคอนเทนท์กินเจลาโต้ไม่ทันมันละลายก่อน 555 น้องสู้อากาศเมืองไทยไม่ไหววว
นอกจาก 3 ข้อนี้แล้วก็ยังมีเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีก เช่น
- ทำไมเจลาโต้ถึงยืดได้?
ก็เพราะความองค์ประกอบของเจลาโต้น่ะแหละ อากาศที่น้อยกว่า ทำให้เนื้อแน่นโมเลกุลเกาะกันได้ดี ไขมันที่ต่ำ ทำให้สัดส่วนโปรตีนสูงกว่าเลยยึดเกาะกันได้ดีอีก และเมื่อเสิร์ฟอุ่นกว่า เนื้อเลยไม่แข็งร่วน แต่เหนียวหนืดจนมันยืดได้ นั่นเอง ( แต่การยืดของเจลาโต้เป็นคนละกรณีกับไอติมตุรกี Dondurma นะ อันนั้นยืดบ้าบอกว่ามาก 555 เดี๋ยวไว้มาเล่าให้ฟัง )
- ครูบอกว่า Gelato แบบ Traditional จริงๆ จะไม่ผ่านการแช่เข็ง แต่จะปั่นสดแล้วเสิร์ฟจากเครื่องเลย และจะไม่เก็บข้ามวัน ซึ่งครูบอกว่าถ้าจะทำได้ก็ต้องมีเงินซื้อเครื่องแบบปั่นโชว์ (ซึ่งแพงมากกกกกก) และถ้าจะมีหลายรสก็ต้องมีหลายเครื่องด้วย และในทางปฏิบัติจริงๆ ถ้าจะทำวันต่อวันก็ทำได้ยากมาก สมัยนี้เลยไม่ค่อยมีร้านไหนทำระบบนั้นกันแล้ว
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เจลาโต้จึงแปลว่าไอศกรีม แต่ไม่เหมือนไอศกรีมซะทีเดียว ใครอ่านจบก็เอาความรู้นี้ไปขิงเพื่อนเวลาไปร้านเจลาโต้ได้ละ 555
และนอกจากอิตาลีจะมี Gelato แบบเฉพาะของตัวเองแล้ว นางยังมีของหวานแช่เย็นรูปแบบอื่นๆ อีก ( ซึ่งคนไทยก็อาจจะเรียกรวมๆ ไปหมดว่าไอติม 55) ไม่ว่าจะเป็น Sorbetto, Granita, Semifreddo ฯลฯ
ไว้ติดตามตอนต่อๆ ไปเดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง