Piper's Gelato Homemade Artisan Gelato & Ice Cream, Made by a happy middle-aged man

Piper's รับไทยช่วยไทยนะครับ 😁
26/05/2026

Piper's รับไทยช่วยไทยนะครับ 😁

26/05/2026
Post_cover_draft2_revised.jpg
24/05/2026

Post_cover_draft2_revised.jpg

22/05/2026
22/05/2026

Homemade waffle basket
อยากกินโคนแต่ขี้เกียจถือ ได้!

Sherbet VS Sorbetเชอร์เบทกับซอร์เบต์ ต่างกันยังไง?อะ มา เดี๋ยวเล่าให้ฟัง จะได้เอาความรู้ไปขิงเพื่อนได้9 ใน 10 ของคนไทยเร...
20/05/2026

Sherbet VS Sorbet
เชอร์เบทกับซอร์เบต์ ต่างกันยังไง?

อะ มา เดี๋ยวเล่าให้ฟัง จะได้เอาความรู้ไปขิงเพื่อนได้

9 ใน 10 ของคนไทยเรียกสองสิ่งนี้ไม่ถูก (เก็บสถิติโดยพ่อค้าเอง😆) คือจะเรียกไอติมผลไม้ที่ออกเปรี้ยวๆ ทุกอย่างว่า เชอร์เบต โดยที่คำว่า ซอร์เบต์ อาจจะไม่อยู่ในสารบบคลังศัพท์ของคนไทยเลย ตัวพ่อค้าเองก่อนเข้าสู่โลกไอติมก็เข้าใจผิดเหมือนกัน 555

ถ้าให้สรุปความต่างของ 2 สิ่งนี้แบบง่ายและรวบรัดที่สุดในประโยคเดียวก็คืออออ

Sherbet เชอร์เบต >> “มีนม”
Sorbet ซอร์เบต >> “ไม่มีนม”

จบ

ใช่ครับ เชอร์เบตต้องใส่นม ( ที่อเมริกาจะมีกฎหมายบังคับไว้เลยว่าต้องมีนม 1-2% ถึงจะเรียกมันว่า Sherbet ได้ ) ตอนพ่อค้ารู้เรื่องนี้ก็ ฮะ!?! ตลอดชีวิตเราเข้าใจผิดมาตลอดหรือนี่ อาจจะเพราะตอนเด็กเราไปกินไอติมยี่ห้อ S### แล้วเค้ามีรสเชอร์เบตส้มกับเชอร์เบตมะนาว ที่เป็นรสเปรี้ยวๆ ใสๆ เราเลยเข้าใจมาตลอดว่ามันไม่มีนม 555 My whole life is a lie!!!

อะ ถ้าอยากรู้ว่าลึกๆ Sherbet กับ Sorbet มันต่างกันยังไง มาดู 3 ข้อนี้เลยยย

1. ส่วนผสม�
Sorbet (ซอร์เบต์): ทำจาก น้ำ น้ำตาล และ ผลไม้ แค่นั้น จบ
� Sherbet (เชอร์เบท): จะมีความครึ่งๆ กลางๆ เพราะมีนม แต่ก็ไม่ได้เยอะขนาดไอศกรีม

2. วิทยศาสตร์แห่งการรับรส
ข้อนี้สนุกมากกก มันเป็นเรื่องของการทำงานระหว่าง "ไขมัน" กับ "ลิ้น" ของเรา

Sorbet (รสมาแรง มาเร็ว แต่หายวับ): พอมันไม่มีไขมันเลย พอตักเข้าปากปุ๊บ ต่อมรับรสของเราจะปะทะกับความเปรี้ยวความหวานของผลไม้แบบเต็มเหนี่ยวทันที! รสชาติระเบิดตู้มต้ามในปากเร็วมากกก แต่... พอกลืนลงคอไป รสชาติก็หายวับไปอย่างรวดเร็วเหมือนกัน เรียกว่ามาไวเคลมไวสุดๆ

Sherbet (รสมาช้า แต่นานนนน): พอมีไขมันจากนมเข้ามาเกี่ยว ไขมันพวกนี้จะทำหน้าที่เหมือนแผ่นฟิล์มบางๆ ไปเคลือบลิ้นเราไว้ ทำให้ตอนกลืนช่วงแรกๆ อาจจะรู้สึกว่ารสผลไม้ไม่พุ่งจี๊ดเท่าซอร์เบต์ แต่ไขมันมันจะกักเก็บกลิ่นและรสชาติให้อยู่บนลิ้นเราได้นานกว่า พอกลืนไปแล้ว รสอมเปรี้ยวอมหวานนัวๆ ยังอบอวลอยู่ในปาก

3. เนื้อสัมผัสบนลิ้น (Texture)

Sorbet: พอมันไม่มีไขมันจากนมมาช่วยเคลือบ เนื้อมันจะมีความเป็นเกล็ดน้ำแข็งเบาๆ (แต่ไม่หยาบเท่า Granita นะ) เวลาตักเข้าปากจะให้ความรู้สึกสดชื่นสะใจ ละลายในปากแล้วกลายเป็นน้ำผลไม้ทันที

Sherbet: พอมีนมมีครีมเข้ามาแจม เนื้อสัมผัสเลยจะมีความครีมมี่ นุ่ม ละมุนลิ้นกว่าซอร์เบต์ ตักแล้วไม่ร่วน ละลายช้ากว่านิดนึง ได้ฟีลเหมือนกินไอติมผลไม้เวอร์ชันละมุนๆ
�เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ไม่ต้องรู้ก็ได้:�
Sorbet: ด้วยความที่มันเปรี้ยวสะใจ ไม่มีไขมัน และรสชาติหายไปไว คนฝรั่งเศสโบราณเลยนิยมเสิร์ฟซอร์เบต์คั่นระหว่างคอร์สอาหาร (เรียกว่า Palate Cleanser) เพื่อไปล้างคราบไขมันและความคาวของจานเก่าออกจากลิ้น โดยไม่ทิ้งรสชาติเดิมตกค้างให้กวนใจ ลิ้นเราจะได้คลีนๆ พร้อมรับรสจานถัดไป

คำว่า Sherbet คนอเมริกันจะออกเสียงว่า “เชอร์-เบิท” แต่คนอังกฤษแอบเอาตัว R ไปใส่เพิ่มแล้วอ่านว่า “เชอร์-เบิร์ต” (Sherbert) ซะงั้น! ส่วน Sorbet มาจากภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า “ซอร์-เบย์” (ไม่ออกเสียงตัว T ตัวท้ายนะจ๊ะ) เวลาสั่งจะได้เรียกถูก 55

จริงๆ แล้ว Gelato แปลว่าไอศกรีมในภาษาอิตาเลียน แต่สูตรของชาวอิตาลีเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนไอศกรีมชาติอื่น1️⃣ ไ...
15/05/2026

จริงๆ แล้ว Gelato แปลว่าไอศกรีมในภาษาอิตาเลียน แต่สูตรของชาวอิตาลีเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนไอศกรีมชาติอื่น

1️⃣ ไขมันต่ำกว่า เจลาโต้มีไขมันแค่ 3-8% (น้อยกว่าไอศกรีมทั่วไปเท่าตัว!) ทำให้ลิ้นเราสัมผัสรสชาติวัตถุดิบได้ชัดเจนกว่า

2️⃣ เนื้อเหนียวนุ่ม: เพราะปั่นอากาศเข้าไปน้อยมาก (Overrun ต่ำ) เนื้อเลยแน่นจนยืดได้ ไม่เบาฟูเหมือนไอติมทั่วไป

3️⃣ เสิร์ฟแบบ ”อุ่นกว่า“ : เจลาโต้จะเสิร์ฟที่อุณหภูมิสูงกว่าไอศกรีม เพื่อไม่ให้ลิ้นชาจนเสียรสชาติ แต่ข้อเสียคือ... น้องสู้แดดเมืองไทยไม่ค่อยไหว ต้องรีบกิน 😆

Gelato VS ice creamเจลาโต้กับไอศกรีม ต่างกันยังไง?ตั้งแต่เปิดร้านมา คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก็คือ เจลาโต้นี่มันต่างจา...
12/05/2026

Gelato VS ice cream
เจลาโต้กับไอศกรีม ต่างกันยังไง?

ตั้งแต่เปิดร้านมา คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก็คือ เจลาโต้นี่มันต่างจากไอศกรีมยังไงคะ?

อะ มา เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

Gelato เป็นภาษาอิตาเลียน ซึ่งก็แปลว่า “ไอศกรีม” น่ะแหละ อย่างไอศกรีมของอเมริกาก็จะเรียกว่า Gelato Americano ดังนั้น Gelato ในความหมายทั่วๆ ไปก็คือไอศกรีม

แต่! ไอศกรีมของชาวอิตาลีนั้นมีส่วนผสมและวิธีทำไอติมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เรามันลูกหลานเทพเจ้าโอลิมปัส จะมาทำไอติมเหมือนกันไม่ได้ Gelato เลยมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนไอติมทั่วๆ ไป

หลักๆ จะมี 3 อย่าง คือออ

1. อัตราส่วนไขมันที่ต่ำกว่า
ไอศกรีมปกติจะมีอัตราส่วนไขมันอยู่ที่ประมาณ 10% แต่ Gelato จะมีอัตราส่วนไขมันอยู่ที่ 3-8% ( แล้วแต่ตำรา แล้วแต่สูตรว่าจะมีเท่าไหร่ แต่เอาเป็นว่ามันน้อยกว่าไอศกรีมทั่วๆ ไป ) ซึ่งการที่ไขมันต่ำกว่า ทำให้ Gelato นั้นสามารถเผยรสและกลิ่นของวัตถุดิบได้ชัดเจนจะแจ้งกว่าไอศกรีมทั่วไป เจลาโต้จึงมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าเมื่อเอามาเทียบกัน

2. อากาศน้อยกว่า
อากาศในไอศกรีมมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Overrun (เดี๋ยววันหลังจะมาเล่าเรื่องนี้ละเอียดอีกที สนุก) ไอศกรีมแบบ Commercial จะปั่นอากาศเข้าไปได้สูงสุด 80%-120% ในขณะที่ Gelato จะมี Overrun อยู่แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้น ถ้าลองยกตัวอย่างแบบ extreme มากๆ ลองคิดถึงไอติมถ้วยเล็กๆ ที่ขายในเซเว่น ที่เนื้อมันจะเบาฟูมากกกก นั่นคือมันปั่นอากาศเข้าไปในเนื้อเยอะมาก เวลากินเลยจะเหมือนไอติมละลายสลายหายไปบนลิ้นเราเลย ส่วนเจลาโต้จะปั่นอากาศน้อยกว่าเนื้อก็จะแน่นกว่า และทำให้รสชาติเจลาโต้เข้มข้นกว่าไอศกรีมทั่วไป

3. อุณหภูมิเสิร์ฟอุ่นกว่า
ไอศกรีมปกติจะตักเสิร์ฟที่ประมาณ -15C ถึง -18C ในขณะที่เจลาโต้ จะตักเสิร์ฟที่ -10C ถึง -12C การเสิร์ฟที่อุณหภูมิที่สูงกว่า(อุ่นกว่า) ทำให้เราสัมผัสรสชาติของเจลาโต้ได้ชัดกว่า เพราะลิ้นไม่ชาจากความเย็นจัด แต่ก็มีข้อเสียคือ เจลาโต้จะไม่ทนทานกับอากาศร้อนเลย เราจึงมักเห็นคอนเทนท์กินเจลาโต้ไม่ทันมันละลายก่อน 555 น้องสู้อากาศเมืองไทยไม่ไหววว

นอกจาก 3 ข้อนี้แล้วก็ยังมีเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีก เช่น

- ทำไมเจลาโต้ถึงยืดได้?
ก็เพราะความองค์ประกอบของเจลาโต้น่ะแหละ อากาศที่น้อยกว่า ทำให้เนื้อแน่นโมเลกุลเกาะกันได้ดี ไขมันที่ต่ำ ทำให้สัดส่วนโปรตีนสูงกว่าเลยยึดเกาะกันได้ดีอีก และเมื่อเสิร์ฟอุ่นกว่า เนื้อเลยไม่แข็งร่วน แต่เหนียวหนืดจนมันยืดได้ นั่นเอง ( แต่การยืดของเจลาโต้เป็นคนละกรณีกับไอติมตุรกี Dondurma นะ อันนั้นยืดบ้าบอกว่ามาก 555 เดี๋ยวไว้มาเล่าให้ฟัง )

- ครูบอกว่า Gelato แบบ Traditional จริงๆ จะไม่ผ่านการแช่เข็ง แต่จะปั่นสดแล้วเสิร์ฟจากเครื่องเลย และจะไม่เก็บข้ามวัน ซึ่งครูบอกว่าถ้าจะทำได้ก็ต้องมีเงินซื้อเครื่องแบบปั่นโชว์ (ซึ่งแพงมากกกกกก) และถ้าจะมีหลายรสก็ต้องมีหลายเครื่องด้วย และในทางปฏิบัติจริงๆ ถ้าจะทำวันต่อวันก็ทำได้ยากมาก สมัยนี้เลยไม่ค่อยมีร้านไหนทำระบบนั้นกันแล้ว

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เจลาโต้จึงแปลว่าไอศกรีม แต่ไม่เหมือนไอศกรีมซะทีเดียว ใครอ่านจบก็เอาความรู้นี้ไปขิงเพื่อนเวลาไปร้านเจลาโต้ได้ละ 555

และนอกจากอิตาลีจะมี Gelato แบบเฉพาะของตัวเองแล้ว นางยังมีของหวานแช่เย็นรูปแบบอื่นๆ อีก ( ซึ่งคนไทยก็อาจจะเรียกรวมๆ ไปหมดว่าไอติม 55) ไม่ว่าจะเป็น Sorbetto, Granita, Semifreddo ฯลฯ
ไว้ติดตามตอนต่อๆ ไปเดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง

New Flavor : pineapple will salt&chilli. สับปะรดพริกเกลือ จริงๆ ตั้งใจจะทำมารับหน้าร้อน มัวแต่โอ้เอ้ตอนนี้ฝนมาแล้ว 555🤣(...
08/05/2026

New Flavor : pineapple will salt&chilli. สับปะรดพริกเกลือ จริงๆ ตั้งใจจะทำมารับหน้าร้อน มัวแต่โอ้เอ้ตอนนี้ฝนมาแล้ว 555🤣

(เดือนก่อนหน้าน้องเป็นรสปริศนาอยู่ รอบนี้เพิ่งได้เดบิวต์)

ไอศกรีมคืออะไร ? ดิน น้ำ ลม ไฟ ข้างในไอศกรีมเคยเล่าในแง่กฎหมายอาหารไปแล้วว่า ไอติมก้อนหนึ่งต้องมีองค์ประกอบอะไรเท่าไหร่ถ...
05/05/2026

ไอศกรีมคืออะไร ?
ดิน น้ำ ลม ไฟ ข้างในไอศกรีม

เคยเล่าในแง่กฎหมายอาหารไปแล้วว่า ไอติมก้อนหนึ่งต้องมีองค์ประกอบอะไรเท่าไหร่ถึงจะเรียกไอศกรีมได้ตามกฎหมายได้ แต่คราวนี้จะเล่าในแง่องค์ประกอบจริงๆ บ้างว่าในไอติม 1 ลูกมันมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง และแต่ละอย่างมันทำงานกันยังไง ทำไมมันรวมกันแล้วกลายเป็นไอติมขึ้นมาได้

(ไอติมในที่นี้หมายถึงไอศกรีมชนิดที่มีไขมันนมหรือไขมันอื่นๆเป็นองค์ประกอบ ส่วนไอศกรีมประเภท Sorbet ซึ่งมีแค่น้ำกับน้ำตาลนั้น ความจริงจะถูกจัดเป็นอีกประเภท ไม่นับเป็นไอศกรีมเลย อย่างในอิตาลีก็จะเรียกว่า Gelato แยกกับ Sorbetto ไปเลย)

หนังสือ Hello My name is ice cream ( เป็นหนังสือที่ดีมากกกก ใครสนใจเรื่องเนิร์ดๆ มาอ่านที่ร้านได้ ) แบ่งองค์ประกอบของไอศกรีมเป็น 5 อย่าง อา... ราวกับ mission 4 project ดินน้ำลมไฟ แต่ไอติมมี 5 อย่าง 555

องค์ประกอบทั้ง 5 ได้แก่ น้ำ น้ำตาล ไขมัน โปรตีน และ อากาศ

- น้ำ
น้ำเป็นองค์ประกอบที่มีสัดส่วนเยอะที่สุดในไอศกรีม แต่น้ำในไอติมจะอยู่ในรูปของน้ำแข็ง ในขั้นตอนการปั่นไอศกรีม น้ำแข็งจะถูกปั่นและบดขยี้จนน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งขนาดเล้กกกก เล็กมากๆ ไอศกรีมที่ดีเกล็ดน้ำแข็งต้องมีขนาดเล็กจนไม่สามารถจับสัมผัสได้ด้วยลิ้น ถ้ากินไอติมแล้วสัมผัสเกล็ดน้ำแข็งได้บนลิ้น ให้เราเบ้ปากใส่ (แต่ก็กินต่อไปน่ะแหละ) ยกเว้นพวก Sorbet (ซึ่งจริงๆไม่ใช่ไอศกรีม)

- ไขมัน
ไขมันในไอศกรีมมาจากไขมันในนมและครีม และส่วนประกอบอื่นๆ ที่ใส่เข้ามา เช่น น้ำมันในถั่ว หรือไขมันจากแหล่งอื่นๆ ที่ใช้แทนไขมันนม เช่น กะทิ น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ อย่างในไอศกรีมแบบ Commercial ก็จะใช้ไขมันปาล์ม

ไขมันในไอศกรีมมีหน้าที่หลัก 2 อย่าง 1.ให้รสชาติ 2.สร้างเนื้อสัมผัส

1. ไขมันจะทำหน้าที่เก็บกักโมเลกุลรสชาติจากวัตถุดิบต่างๆ ไว้ เช่น เวลาทำ infuse เราจะโยนใบอะไรซักอย่างลงไปในเบส ทิ้งไว้ซักพักแล้วกรองออก กลิ่นรสของวัตถุดิบนั้นจะถูกล็อคไว้ด้วยโมเลกุลไขมัน แล้วปลดปล่อยออกมาเมื่อได้รับความร้อนในปากเรา อาห์~

2. ไขมันจะเป็นโครงสร้างช่วยคงรูปทรงของไอศกรีม ไม่ให้ละลายกลายเป็นน้ำเหลวเป๋วง่ายๆ ( เค้าบอกว่าให้ดูเนย ถ้าเอาเนยมาตั้งไว้ที่ห้อง มันจะไม่ละลายเป็นน้ำ แต่จะจงรูปร่างมันไว้ได้อยู่ ) โมเลกุลไขมันยังช่วยดักจับอากาศในขั้นตอนการปั่นไอศกรีม ซึ่งจะส่งผลต่อเนื้อสัมผัสเวลากิน

- น้ำตาล
น้ำตาลนอกจากจะให้ความหวานกับไอศกรีมแล้ว ยังมีหน้าที่กำหนด”ความนุ่ม” หรือจริงๆ คือ “ความเหลว” ของไอศกรีม อธิบายแบบง่ายๆ ก็คือ น้ำตาลมันจะไปลดจุดเยือกแข็งของน้ำ จากเดิมที่น้ำเปล่าจะแข็งที่ 0 องศา แต่ถ้าเราเติมน้ำตาลลงไป มันจะยังไม่แข็งที่ 0 องศา หรือก็คือ ไอติมจะยังมีความนุ่มอยู่ แม้อุณภูมิจะติดลบไปแล้วก็ตาม ในทางกลับกันถ้าเราไม่ใส่น้ำตาลลงในไอติมเลย มันก็จะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งแข็งโป๊ก เวลาทำไอติมเราก็ปรับความนุ่มของไอติมจากปริมาณน้ำตาลนี่แหละ

- โปรตีน
ไอติมทำจากนม ดังนั้นมันจะมีโปรตีน (เฮลตี้มาก 555) โปรตีนทำหน้าที่หลายอย่างในไอติม หน้าที่หลักๆ มี 2 อย่างคือ 1. ยึดองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกัน ไขมัน น้ำ น้ำตาล ฯลฯ โปรตีนทำหน้าที่เป็นตัวประสานทุกคนให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
2. โปรตีนจะไปจับกับโมเลกุลน้ำ ทำให้โมเลกุลน้ำในไอติม(ที่ลอยไปลอยมา) เหลือจำนวนน้อยลง เลยไปรวมร่างกันน้อยลง ทำให้ไอติมไม่มีเกล็ดน้ำแข็งใหญ่ๆ แต่เนื้อเนียนสมูธธธธ ( Sorbet เลยเป็นเกล็ดน้ำแข็งมากกว่า เพราะมันไม่มีโปรตีนในนมมาดักจับโมเลกุลน้ำ )

- อากาศ
ส่วนผสมฟรีในไอติม 55 อากาศในไอติมจะมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Overrun โดยอากาศจะถูกตีเข้าไปในเนื้อไอติมในขั้นตอนการปั่น ( Churning ) และถูกกักเก็บไว้ด้วยโมเลกุลไขมัน และโมเลกุลอื่นๆ อากาศทำหน้าที่ทำให้ไอติมนุ่มฟู ถ้าไม่มีอากาศไอติมจะมีสัมผัสเหมือนไอติมแท่งมากกว่า หน้าที่อีกอย่างนึงคือ อากาศส่งผลต่อความเข้มข้นของรสชาติไอติม ถ้าอากาศมาก ก็แปลว่าใน 1 คำที่กินเข้าไปมีเนื้อไอติมน้อยลง รสชาติก็จะจางลง ถ้าอากาศน้อยกว่าเนื้อก็จะแน่นกว่าและมีรสชาติที่เข้มข้นกว่า ดังจะเห็นได้ในไอติมเจลาโต้ที่มีเนื้อแน่นกว่า รสชาติเลยเข้มข้นกว่า

สรุปก็คือ ไอติมจะประกอบด้วย น้ำ ไขมัน น้ำตาล อากาศ โดยมีโปรตีนยึดองค์ประกอบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยแต่ละองค์ประกอบก็จะส่งผลกับ รสชาติ และ เนื้อสัมผัสของไอศกรีม เมื่อองค์ประกอบแต่ละอย่างมีสัดส่วนเปลี่ยนไป ไอศกรีมก็จะมีคาแรคเตอร์ที่เปลี่ยนไปด้วย อย่างไอศกรีม กับ เจลาโต้ ก็มีสัดส่วนองค์ประกอบที่ต่างกัน ทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน

ไอศกรีมจึงพลิกแพลงได้ไม่มีที่สิ้นสุด ใช้ไขมันอะไรเท่าไหร่ ใช้น้ำตาลชนิดไหน อากาศมากน้อยแค่ไหน ก็แล้วแต่ว่า ice cream maker คนนั้นจะเล่นแร่แปรธาตุ รังสรรค์อะไรขึ้นมาจากองค์ประกอบต่างๆ นั้น

ไอศกรีมจึงเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นปรากฏการณ์
ไอศกรีมนั้นยิ่งใหญ่กว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ 😆

ที่อยู่

32 Ekkamai 23
Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Piper's Gelatoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์