24/06/2022
กรมการแพทย์ ระบุ โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 เชื้อลงปอดมากขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนทำเข้า รพ.มากขึ้นหรือไม่
วานนี้ (23 มิ.ย.65) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึงอาการของผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ซึ่งพบจำนวนหนึ่งแล้วในประเทศไทย ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฝ้าระวังและรายงานว่า เริ่มเจอผู้ติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 เพิ่มขึ้น ซึ่งสายพันธุ์ดังกล่าวนี้ คาดว่าจะมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่หลบภูมิคุ้มกัน แต่ความรุนแรงยังไม่ชัดเจนว่า ทำให้ต้องเข้า รพ.มากขึ้นหรือไม่
ทั้งนี้ การติดเชื้อซ้ำเกิดขึ้นได้แน่นอน แต่ระยะจะสั้นหรือไม่ ต้องรอข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อีกครั้ง แต่ในข้อมูลรายงานต่างประเทศที่ทดสอบกับเซลล์ปอดยืนยันได้ว่า BA.4 BA.5 ลงปอดมากกว่า BA.1 BA.2 ดังนั้น แนวโน้มว่าน่าจะรุนแรงกว่า
“รายงานจากต่างประเทศที่นำเชื้อดังกล่าวไปทดลองในเซลล์ปอด พบว่าเชื้อลงปอดมากกว่า BA.1 และ BA.2 แต่ไม่ได้นำมาเทียบกับสายพันธุ์ ‘เดลต้า’ ที่เคยมีความรุนแรงที่สุด ขณะเดียวกันทวีปยุโรปพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น และมีการเข้ารักษาใน รพ.มากขึ้นพอสมควร” นพ.สมศักดื์กล่าว
นพ. สมศักดื์ กล่าวถึงสถานการณ์หลังผ่อนคลายมาตรการและกิจกรรมเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เช่น เปิดผับบาร์คาราโอเกะ แนวโน้มการติดเชื้อโควิด ภาพรวมของประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนคือ พื้นที่ กทม. ซึ่งพบว่า รพ.สังกัดกรมการแพทย์ 3 แห่ง คือ รพ.ราชวีถี ,รพ.เลิดสิน และรพ.นพรัตนราชธานี มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งก็เป็นไปตามคาดการณ์ว่า เมื่อมีการผ่อนคลายก็จะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ รวมถึงเริ่มพบการติดเชื้อในโรงเรียนมากขึ้นด้วย ดังนั้น วัคซีนจึงมีความจำเป็นมาก คำแนะนำของกรมควบคุมโรค คือ ฉีดเข็มกระตุ้นทุก 4 เดือน ส่วนเข็มกระตุ้นในเด็กนักเรียนขอให้ติดตามประกาศจากกรมควบคุมโรค
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าตรวจ ATK ด้วยตนเองที่บ้านแล้วพบว่าติดเชื้อ ขอให้ช่วยรายงานเข้าระบบด้วย ทั้งระบบการรักษาที่บ้าน (HI) หรือระบบเจอแจกจบ (OPD) ที่จะมีแพทย์ติดตามใน 48 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยในการเก็บข้อมูลประเมินสถานการณ์
นพ.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า สถานการณ์เตียงโควิด เฉพาะ รพ.สังกัดกรมการแพทย์ใน กทม. ก่อนผ่อนคลายมาตรการ อัตราครองเตียงรวมกันไม่ถึงพันเตียง แต่ช่วงนี้ เพิ่มขึ้นเป็นพันกว่าเตียง อัตราครองเตียงคิดเป็น 10% ส่วนผู้ป่วยอาการรุนแรงเมื่อเทียบเฉพาะกับผู้ป่วยครองเตียง เช่น รพ.ราชวีถี ครองเตียง 30 ราย อาการรุนแรง 3 ราย คิดเป็น 10% ขณะที่เตียงโควิดยังว่างเยอะอยู่ เตียงไอซียูตอนนี้มีการครองเตียงเพียง 10-20%