Viva La Vida by Tauriez

Viva La Vida by Tauriez ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Viva La Vida by Tauriez, 18/2, Amphoe Dusit.

We sale & provide the best and fine quality of service with service minded & love of witchcrafts and also we are an old soul witch who is a seer & fortune teller who have experience more than 20 years.

สวัสดีค้าบทุกค้นนนนวันนี้มาแชร์ Promotion ดีๆอีกแล้วคร้าบผม ครั้งที่แล้วอาจจะกระชั้นชิดไปเสียหน่อยนะคับต้องขออภัย หากแต่...
01/05/2026

สวัสดีค้าบทุกค้นนนนวันนี้มาแชร์ Promotion ดีๆอีกแล้วคร้าบผม ครั้งที่แล้วอาจจะกระชั้นชิดไปเสียหน่อยนะคับต้องขออภัย หากแต่ครั้งนี้มาแจ้งแต่เนิ่นๆกันเลยค้าบผม รวมถึงมีการจำกัดจำนวนคิวด้วยนะคร้าบ ห้ามพลาดน้า…….

สวัสดีค้าบทุกค้น ไหนๆก็ไหนๆ ตามคำเรียกร้องจากลูกค้าครับผม ทางเราได้ทำ Poster Horoscope & Others  ออกมาอย่าง Official แล้...
25/04/2026

สวัสดีค้าบทุกค้น ไหนๆก็ไหนๆ ตามคำเรียกร้องจากลูกค้าครับผม ทางเราได้ทำ Poster Horoscope & Others ออกมาอย่าง Official แล้วค้าบผมเพื่อลูกค้าทุกคน……..

ใครสนใจติดต่อสอบถามโดยการสแกน QR code จาในภาพหรือแอด Line Official Account : อย่าลืมมี @ ด้วยน้า….

หรือถ้าใครที่มีงบไม่ถึงแต่ลำบากจริงๆ ทางเรายินดีที่จะพยากรณ์ให้ฟรีๆ นะครับผม เพื่อเป็นการช่วยเหลือกันและกันคร้าบ

สวัสดีค้าบทุกค้น ไหนๆก็ไหนๆ ตามคำเรียกร้องจากลูกค้าครับผม ทางเราได้ทำ Poster Horoscope & Others  ออกมาอย่าง Official แล้...
25/04/2026

สวัสดีค้าบทุกค้น ไหนๆก็ไหนๆ ตามคำเรียกร้องจากลูกค้าครับผม ทางเราได้ทำ Poster Horoscope & Others ออกมาอย่าง Official แล้วค้าบผมเพื่อลูกค้าทุกคน……..

โคตรเห็นด้วยเลย
25/04/2026

โคตรเห็นด้วยเลย

เราอาจไม่ได้กำลังเข้าสู่ “ยุค AI” แต่เราอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่มนุษย์ต้องกลับมาเป็นมนุษย์ให้ได้จริงๆอีกครั้งนึง
ถ้าเรามองจากสิ่งที่โลกเรากำลังเดินอยู่ตอนนี้
- บริษัทขนาดใหญ่ประกาศปลดพนักกงานแบบยับๆ
- คนอ่านหนังสือน้อยลงเยอะมากๆ บางคนแทบไม่เคยอ่านเลย
- AI เข้ามาทำ Content เขียนแทนคิดแทน พัฒนา Skill แทน
- ผู้คนสมาธิสั้นขึ้น และ อารมณ์รุนแรงมากขึ้น
มันดูเหมือนโลกกำลัง “ถอยหลัง” มากกว่า
แต่มี Creator คนนึงชื่อว่า Adam Walker เขามองเป็นคนมองสาย Humanities วิเคราะห์ปรัชญา วรรณกรรม ศิลปะ

ตัว Adam Walker เขากลับมาต่างออกไปในยุคนี้ เขามองว่า
“สิ่งที่เราคิดว่าแย่อาจเป็นสัญญาณของการฟื้นกลับมาครั้งใหญ่ของมนุษย์”

เขาเรียกสิ่งนี้ว่า "The New Renaissance" เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจจัดๆ เดี๋ยวเบ้นเอาเนื้อหาบางส่วน + เสริมของเบ้นเติมเข้าไปด้วย

มาเข้าใจเรื่องนี้กันว่าโลกจะ Shift ไปทางไหน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
=================
Part 1 : Renaissance จริงๆคืออะไร
คำว่า Renaissance แปลตรงๆ = การเกิดใหม่
แต่ถ้ามองแบบลึกๆ มันไม่ใช่แค่ยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์
มันคือ “Pattern ของโลก”
Renaissance จะเกิดตอนที่ ระบบเดิมเริ่มใช้ไม่ได้ ,คนเริ่มหมดศรัทธา
สิ่งที่เคยเชื่อ เริ่มไม่ตอบคำถามชีวิต
แล้วมนุษย์จะเริ่ม “ตั้งคำถามใหม่ทั้งหมด”
ตัวอย่างที่คนชอบยกมาบ่อยๆคือ European Renaissance
ก่อนหน้านั้นคือยุคที่เรียกว่า “ยุคมืด”
ในช่วงนั้น ความรู้ทั้งหมดถูกผูกกับศาสนา,คนไม่ค่อยตั้งคำถาม ,ทุกอย่างมีคำตอบสำเร็จรูป (คุ้นๆเหมือนยุค AI ตอนนี้ไหม 555555)
แต่พอถึงจุดหนึ่ง คนเริ่มรู้สึกว่า มันเริ่มจะไม่ใช่แล้ว
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนกลับไปอ่านของเก่า (กรีก โรมัน) ,เริ่มคิดเอง ,เริ่มตั้งคำถามกับโลก
แล้วจากจุดนั้นมันก็กลายเป็น วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วิธีคิดแบบใหม่ของมนุษย์
จนมาถึงพวกเราในยุคนี้
ถ้าเราสังเกตุ Pattern ดีๆยุค Renaissance ไม่ได้เกิดเพราะโลกดีขึ้น
แต่มันเกิดเพราะ “โลกเก่ามันพัง” ตรรกะมนุษย์เริ่มล้มเหลว
แล้วความพังนั้น มันบังคับให้มนุษย์ต้อง “คิดใหม่”
และนี่แหละคือเหตุผลที่ Adam มองว่า
สิ่งที่เรากำลังเห็นตอนนี้
- ความวุ่นวาย สรุป เราจะตกงานไหม สรุป โลกจะไปทางไหน สงคราม การเมือง คนเริ่มรู้สึกว่าอะไรแบบเก่าๆมันเริ่มไม่ใช่แล้ว
แต่มันอาจไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือ “จุดเริ่มต้นของ The New Renaissance”
------------
Part 2 : ปัญหาจริงไม่ใช่ AI แต่คือ “มนุษย์เริ่มหยุดคิดเอง”

ที่ Adam Walker เขาวิเคราะห์ออกมา
เขาไม่ได้บอกว่า AI คือปัญหา แต่สิ่งที่เขากังวลจริงๆคือ
“มนุษย์กำลังค่อยๆเลิกใช้ความสามารถที่ทำให้เราเป็นมนุษย์”
ลองสังเกตตัวเราเองง่ายๆ
จะเขียนอะไร → เปิด AI
จะคิดไอเดีย → เปิด AI
จะสรุป → เปิด AI
จะตัดสินใจ → ก็เริ่มให้ AI ช่วยคิด
มันสะดวกมาก จนเราไม่รู้ตัวว่า
เรากำลัง “ยกสมองบางส่วนให้มันไปแล้ว”
เหมือนเมื่อก่อนเราต้องจำเบอร์โทร ตอนนี้เราไม่ต้องจำแล้ว
แต่รอบนี้มันไม่ใช่แค่ “ความจำ” มันคือ “การคิด”
มือถือก็เหมือนกัน
"มันควรจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราเข้าถึงความรู้ได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์"
แต่สิ่งที่เราทำคือ Scroll / เสพ / หนีจากชีวิตจริงๆ
Adam เขาเลยชี้ให้เห็นว่า
เรากำลังอยู่ในยุคที่“คนรู้เยอะขึ้น แต่คิดน้อยลง”
แล้วผลลัพธ์คืออะไร?สิ่งที่เราเสพคืออะไร
สมาธิสั้น อารมณ์รุนแรง
ถกเถียงกันไม่เป็น มองโลกแบบผิวๆ สุดโต่ง
ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่เขาเรียกว่า “การเสื่อมของ Humanities”
Adam เขามองว่า ไม่ใช่ว่าศิลปะ ปรัชญา วรรณกรรมหายไป
แต่คือ “ความสามารถในการเข้าใจความหมายของมัน…หายไป”
-------------------
Part 3 : Humanities ไม่ได้ตาย แต่มันถูก “ดึงจนเสียตัวตน”
Adam อธิบายต่อว่า
สิ่งที่เรียกว่า Humanities จริงๆแล้ว มันเคยเป็น “แกนกลางของการเป็นมนุษย์”
มันสอนให้เรา เข้าใจชีวิต เข้าใจความทุกข์ เข้าใจความหมาย เข้าใจว่าควรใช้ชีวิตยังไง
แต่วันนี้มันโดนดึงออกไปคนละทิศละทาง

ฝั่งแรก (โลกตลาด)
เปลี่ยนการศึกษา= Skill ,เงิน, ROI, KPI
อะไรที่วัดค่าไม่ได้ → ไม่มีค่า
ฝั่งที่สอง (โลกวิชาการ) พา Humanities ไปอีกทาง
จากการเข้าใจชีวิต
กลายเป็น วิเคราะห์อำนาจ วิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์ ideology
ซึ่งมันไม่ผิดนะ แต่ปัญหาคือ
“มันกลายเป็นอย่างเดียวที่เหลืออยู่”
สุดท้าย… วรรณกรรมไม่ได้ถูกอ่านเพื่อเข้าใจมนุษย์
แต่ถูกอ่านเพื่อ “ตีความเชิงการเมือง”
ศิลปะไม่ได้ถูกมองเพื่อหาความหมาย แต่ถูกใช้เพื่อการถกเถียงกัน
แล้วสิ่งที่หายไปคือ “ความเป็นมนุษย์ของมัน”
------------------------
Part 4 : นี่ไม่ใช่จุดตกต่ำ แต่มันคือ “สัญญาณของการเกิดใหม่”

ทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้อย่าพึ่งท้อๆมาฟังอีกมุมมองนึงกันบ้างๆ
ตรงนี้คือจุดที่โคตรสำคัญ

Adam บอกว่า สิ่งที่เรากำลังเห็น
ความวุ่นวาย ความสับสน ความรู้สึกว่าโลกมันแปลกๆ
คนเริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรจริง หรือไม่จริง
มันไม่ใช่แค่ความเสื่อม แต่มันคือ “สัญญาณ”
เพราะถ้าดู Pattern เดิมของโลก

ทุกครั้งที่โลก
เต็มไปด้วยของแปลกปลอม เต็มไปด้วย noise เต็มไปด้วยความว่างเปล่า
มนุษย์จะเริ่ม “กลับมาหาของจริง” อะไรทีเ่ป็นจริง
เมื่อโลกเร็วเกินไป มนุษย์จะเริ่มหา “ความลึกซึ้งและควาหมาย”
เมื่อทุกอย่างถูก automate มนุษย์จะเริ่มถามว่า
“แล้วเรายังเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน?” และนั่นแหละคือ
The New Renaissance
ทีนี้มองมุมที่เกิดขึ้นกันจริงๆในเชิง ธุรกิจกันบ้าง
--------------------------
Part 5 : เกมธุรกิจในยุค The New Renaissance
จริงๆเบ้นเห็นด้วยกับ Adam 100% เลยตอนนั้นช่วงเดือน 6 เดือนก่อนเบ้นเคยคิดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่เบ้นเรียกว่า "Digital Renaissance"

ทีนี้ถ้าเรามองสองขั้วทางความคิดของ Media
โลกกำลังแยกเป็น “2 ขั้ว” แบบชัดๆเลย
ถ้าเอาสิ่งที่ Adam วิเคราะห์ + สิ่งที่เราเห็นจริงๆในตลาดตอนนี้
โลกมันกำลัง split ออกเป็น 2 ทางชัดๆ ไม่ใช่แค่ trend
แต่เป็น “direction ของธุรกิจทั้งโลก”
ขั้วที่ 1 : ธุรกิจที่ทำให้คน “ตื้นลง เร็วขึ้น เสพง่ายขึ้น”
ขั้วนี้คือของที่เราเห็นทุกวัน

- Short-form content
- Clickbait
- AI content mass production
- Dopamine-driven app (Gamification)
- Content ที่ทำให้ “หยุดดูไม่ได้ แต่จำอะไรไม่ได้”
Business Model ของฝั่งนี้คือ “Attention Economy”
แย่งเวลา แย่งสายตา แย่ง dopamine
ยิ่งสั้น → ยิ่งดี
ยิ่งเร็ว → ยิ่งปัง
ยิ่งเสพง่าย → ยิ่งโต
และใช่ ถ้าเราสังเกตุ…ฝั่งนี้ “จะโตเร็วมาก” ยอด Follower จะพุ่งไวมากๆ ทำแปปเดียวแตะแสนแตะล้านได้ทันที
แต่มีปัญหานึงที่คนไม่ค่อยพูดคือ “มันเริ่มเหมือนกันหมด”
เพราะ AI ทำได้ ใครๆก็ทำได้ Barrier ต่ำมาก
สุดท้ายเกมนี้จะกลายเป็น “แข่งกันดัง ไม่ใช่แข่งกันมีความหมาย"
และมันคือ Red Ocean เต็มรูปแบบ
//////////
ขั้วที่ 2 : ธุรกิจที่ทำให้คน “ลึกขึ้น ช้าลง เชื่อมต่อมากขึ้น”

อันนี้คือขั้วที่กำลังเริ่มขึ้น (แต่ยังไม่ mass)
- Long-form content
- Podcast ลึกๆ
- Community ที่มี meaning
- Learning ที่ transform ชีวิตจริง
- Experience ที่ทำให้คน “รู้สึกเป็นมนุษย์อีกครั้ง”
Business Model ของฝั่งนี้คือ “Meaning Economy”
ไม่ใช่แค่ขาย content แต่ขาย
- ความเข้าใจ
- ความรู้สึก
- ความเชื่อมโยง
- การเปลี่ยนแปลงตัวตน
ฝั่งนี้ “โตช้ากว่า”แน่นอน
ผู้คนจะโคตร loyal (True Fan) และหาเงินได้
เพราะมันไม่ได้ขายเวลา มันขาย “ชีวิตของคน”
////////
และแน่นอนว่า เราไม่จำเป็นต้องรเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหน
แต่เราต้องรู้ว่า "เรากำลังเล่นเกมอะไรอยู่"
ถ้าเราเลือกฝั้่งแรก สิ่งที่เราต้องยอมรับคือ :เปลี่ยนแปลงเร็ว ,Disrupt
ถ้าเราเลือกฝั่งสอง เราต้องยอมรับว่า : มันใช้เวลา มันโตช้า
ถ้าถามเบ้นว่าเบ้นเลือกฝั่งไหน
ในขณะที่โลกยิ่งสมาธิสั้น อ่านอะไรยาวๆไม่ได้เบ้นยิ่งเขียนแม้งให้ยาวขึ้นอีก แบบบทความนี้ 55555555555
=================
#สรุปแบบลงดาบ
เราอาจไม่ได้กำลังเข้าสู่ “ยุค AI”
แต่เรากำลังเข้าสู่ “ยุคที่คนที่ยังคิดเองได้ จะโคตรได้เปรียบ”
เบ้นกำลังคิดว่า ที่ผ่านมามนุษย์ เราไปทำงานเป็นคนกรอกข้อมูล ทำเอกสาร ทำงานที่เป็น Routine Task มากๆ จริงๆ พวกเราไม่ต่างอะไรกับ AI เลย
แต่คนกำลังกลัว AI จะมาแย่งงาน เบ้นแค่คิดว่า AI ไม่ได้มาแย่งงานเราเลย AI เขาแค่กลับไปทำหน้าที่ของเขา ที่ทำไม่จบ คือทำเอกสาร ทำข้อมูล
ส่วนมนุษย์แบบเราก็แค่ต้องกลับไปเป็นมนุษย์แบบเดิม คือ คิด สร้างสรรค์ เชื่อมโยงสิ่งใหม่ๆเข้าด้วยกัน
Adam ไม่ได้บอกว่าโลกกำลังดีขึ้น
เขาบอกว่า “โลกกำลังพัง…ในแบบที่จำเป็น”
เพื่อเปิดทางให้ “มนุษย์ที่แท้จริง” กลับมาอีกครั้ง
คำถามคือ คุณจะเป็น คนที่เสพหรือ คนที่คิด
เพราะในยุคนี้ คนที่เป็นมนุษย์(จริงๆ) ได้มากที่สุดถึงจะอยู่ได้
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

สวัสดีค้าบทุกค้นนนน วันนี้มี Promotion ของ Full Blue Moon มาฝากกันคร้าบ เนื่องจากเป็น ฤกษ์ ที่ใครๆก็รู้ว่านานๆจะเกิดขึ้น...
24/04/2026

สวัสดีค้าบทุกค้นนนน วันนี้มี Promotion ของ Full Blue Moon มาฝากกันคร้าบ เนื่องจากเป็น ฤกษ์ ที่ใครๆก็รู้ว่านานๆจะเกิดขึ้นครั้งนึงนะคับ และครั้งนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมานานกว่า 3 ปี คือปี 2023 ที่เกิดขึ้นล่าสุด ซึ่งตอนนี้จะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนหน้านี้ค้าบทุกค้นนน…..

สวัสดีค้าบทุกค้นนน วันนี้เรามี ฮู้ 符, Fú มาขายกันคร้าบผมสำหรับคนที่ไม่ได้มางาน Meeting แต่อยากได้ไว้ครอบครองคร้าบผม รวมถ...
23/04/2026

สวัสดีค้าบทุกค้นนน วันนี้เรามี ฮู้ 符, Fú มาขายกันคร้าบผมสำหรับคนที่ไม่ได้มางาน Meeting แต่อยากได้ไว้ครอบครองคร้าบผม รวมถึงมีเพืยง 5 ชิ้นเท่านั้นและส่งฟรีคร้าบ….

สวัสดีค้าบทุกค้นนน วันนี้ทาเราจะมาโพสต์ Review จากทางลูกค้าคร้าบผม ซึ่งนานๆจะมีครั้งเนื่อจากว่าทางร้านเราไม่ค่อยได้เรียก...
21/04/2026

สวัสดีค้าบทุกค้นนน วันนี้ทาเราจะมาโพสต์ Review จากทางลูกค้าคร้าบผม ซึ่งนานๆจะมีครั้งเนื่อจากว่าทางร้านเราไม่ค่อยได้เรียกร้อง และรวมไปถึงบางครั้งก็ยุ่งจึงไม่ค่อยได้ลง Review จากทางลูกค้าอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทางเราต้องขออภัยอย่างสูงค้าบผม….

20/04/2026

เริ่ดเลยล่ะ!! "นักวิจัยไทย" เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก!! สกัดก้าง-หัว-หาง "ปลาหมอคางดำ" เป็นแคลเซียม บำรุงร่างกาย จนคว้ารางวัล "นวัตกรรมระดับโลก"

ทุกคนคงทราบกันดี ถึงปัญหาใหญ่ของไทยในช่วงที่ผ่านมา กับการแพร่พันธุ์ของ “ปลาหมอคางดำ” (Blackchin Tilapia) ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะมันคือ “เอเลี่ยนสปีชีส์” ที่รุกรานสัตว์น้ำท้องถิ่น

ด้วยความที่เป็นปลาปรับตัวเก่ง กินอาหารได้หลากหลาย ทนต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง แถมปลาหมอคางดำ 1 คู่ สามารถขยายพันธุ์ได้ถึง 10 ล้านตัวใน 1 ปี ยิ่งทำให้ยากต่อการควบคุม

ในส่วนของภาคเศรษฐกิจก็เสียหายหนักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบรรดาเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เจ้าของบ่อกุ้งและบ่อปลาในหลายจังหวัด ตั้งแต่ภาคกลางไปจนถึงภาคใต้ เพราะปลาชนิดนี้ หลุดเข้าไปทำลายผลผลิตในบ่อจนเละ บางคนต้องเลิกกิจการเพราะขาดทุนยับเยิน หนักถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัวก็มี

นั่นเลยทำให้ “ผศ.ดร.วัชระ ดำจุติ” หรือ “อ.ธน” นำทัพนักวิจัย ที่เป็นทั้งอาจารย์และนักศึกษา จากคณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)

ร่วมกันเปลี่ยน “ปลาหมอคางดำ” ให้กลายเป็น “SARO CALCIUM+” ผลิตภัณฑ์แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) บริสุทธิ์สูง ไร้โลหะหนักและเชื้อเจือปน

ที่ไม่เพียงเป็นอีก 1 หนทางช่วยระบบนิเวศและเกษตรกรไทย ในการกำจัดเจ้าปลาล่านักล่านี้ ซึ่งสิ่งที่ได้ออกมาคือ คือแคลเซียมประโยชน์เน้นๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในหลายอุตสาหกรรม

และอีกเครื่องการันตีความสำเร็จของงานวิจัยนี้ คือการได้รับรางวัล บนเวทีประกวดนวัตกรรมระดับโลก อย่าง iENA 2025 ที่ประเทศเยอรมนี และ China Association of Inventions ที่ประเทศจีน

อ่านต่อ >> https://mgronline.com/live/detail/9690000035998

#ปลาหมอคางดำ #แคลเซียมจากปลาหมอคางดำ #แคลเซียมพรีเมี่ยม #วิจัย #นักวิจัยไทย

วันนี้มาอัพเดทรีวิวเก่าๆ บ้างค้าบผม ไม่ค่อยได้อัพเดทรีวิวของทาง ลค หรือบางทีก็พลาดไปบ้างต้องขออภัยอย่างสูงค้าบ ทางเราคิว...
20/04/2026

วันนี้มาอัพเดทรีวิวเก่าๆ บ้างค้าบผม ไม่ค่อยได้อัพเดทรีวิวของทาง ลค หรือบางทีก็พลาดไปบ้างต้องขออภัยอย่างสูงค้าบ ทางเราคิวค่อนข้างเยอะงานยุ่งๆคับ แต่ถ้านึกออกก็จะมาโพสต์อย่างแน่นอนค้าบผม

ที่อยู่

18/2
Amphoe Dusit
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 11:00 - 12:00
19:00 - 20:00
อาทิตย์ 11:00 - 12:00
19:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66930134505

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Viva La Vida by Tauriezผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Viva La Vida by Tauriez:

แชร์